Lallita Clinic, skin, beauty, children's diseases and vaccines

ทำไมควรหยุดการกำเริบของ “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” ให้เร็วที่สุด? ข้อดีของการดูแลผิวอย่างทันท่วงที | ลัลลลิตาคลินิก

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นภาวะผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มีช่วงเวลาที่อาการสงบสลับกับช่วงที่ผื่น “กำเริบ” (Flare-ups) เมื่อเกิดการกำเริบ ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังมักจะเผชิญกับอาการคันอย่างรุนแรง ผิวแห้งลอก และมีรอยแดงอักเสบ หลายท่านอาจเลือกที่จะรอให้อาการค่อยๆ ดีขึ้นเอง แต่ในทางการแพทย์และงานวิจัยทางผิวหนังวิทยา การเข้าควบคุมและหยุดการกำเริบของผื่นให้เร็วที่สุด ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาระยะยาว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจว่า การเข้าจัดการกับผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำลังกำเริบอย่างทันท่วงที มีประโยชน์และส่งผลดีต่อสุขภาพผิวอย่างไรบ้าง ประโยชน์สำคัญของการหยุดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบอย่างรวดเร็ว อ้างอิงจากข้อมูลทางการแพทย์ การลดการอักเสบของผิวหนังในช่วงที่โรคกำเริบ มีข้อดีที่สำคัญดังนี้: 1. ช่วยตัด “วงจรคันและเกา” เมื่อผื่นกำเริบ อาการคันจะกระตุ้นให้เกิดการเกา ซึ่งการเกาจะยิ่งทำลายเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่อ่อนแออยู่แล้วให้เสียหายมากขึ้น ส่งผลให้สารก่อการอักเสบหลั่งออกมาเพิ่มขึ้นและทำให้ยิ่งคันกว่าเดิม การใช้แนวทางการดูแลเพื่อลดอาการคันและลดการอักเสบอย่างรวดเร็ว จะมีส่วนช่วยหยุดวงจรนี้ ป้องกันไม่ให้ผิวหนังถูกทำลายไปมากกว่าเดิม 2. ลดโอกาสการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ในขณะที่ผื่นกำเริบและมีรอยถลอกจากการเกา ผิวหนังจะเปิดรับเชื้อโรคจากภายนอกได้ง่าย โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งมักพบบนผิวของผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การควบคุมผื่นให้สงบลงอย่างรวดเร็ว จะช่วยปิดช่องทางไม่ให้แบคทีเรียเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อรุนแรงหรือผื่นเป็นหนอง 3. ป้องกันปัญหาผิวหนาตัวและรอยดำคล้ำ หากปล่อยให้ผิวหนังเกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างชั้นผิวที่หนาตัวขึ้น มีรอยเส้นขีดบนผิวหนังชัดเจน และทิ้งรอยดำหลังการอักเสบไว้ ซึ่งรอยเหล่านี้มักจะใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูค่อนข้างนาน […]

การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อันตรายอย่างไร

Skin care Food-allergens-in-skincare-products

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) สำหรับเด็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง หลายท่านมักมองหาส่วนผสมที่มาจาก “ธรรมชาติ” เป็นหลัก เช่น สารสกัดจากข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ นม หรือถั่วเหลือง แต่ในทางการแพทย์และผิวหนังวิทยา การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อาจมีความเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ซึ่งหลายคนอาจคาดไม่ถึง ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเหมาะสม เข้าใจกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) สาเหตุสำคัญที่วงการแพทย์แนะนำให้ระมัดระวังการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร มาจากความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้อาหาร โดยอธิบายผ่านกลไก “ทฤษฎีการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้สองทาง” (Dual-allergen-exposure hypothesis) ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้จากอาหารผ่านการ “ทาลงบนผิวหนัง” ในปริมาณน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างการตอบสนองและจดจำที่จะ “ต่อต้าน” สารนั้นๆ ซึ่งกลไกนี้จะทำงานตรงกันข้ามกับการรับประทานอาหารเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ ที่จะช่วยสร้างความคุ้นชินและมีส่วนช่วยลดอาการแพ้ได้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร ความเสี่ยงในการกระตุ้นโรคภูมิแพ้อาหารรุนแรง: เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง หากผิวหนังถูกกระตุ้นจนเกิดการแพ้สารสกัดจากอาหารในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว เมื่อผู้ใช้รับประทานอาหารชนิดนั้นเข้าไปในภายหลัง อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้อาหารรุนแรง หรือภาวะช็อกจากการแพ้ (Anaphylaxis) ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยรับประทานอาหารชนิดนั้นได้ตามปกติโดยไม่มีอาการแพ้มาก่อนก็ตาม เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังโดยตรง: ส่วนผสมจากอาหารในครีมบำรุง สามารถก่อให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส (Contact […]

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้ผื่นเห่อ? แนะนำ “กีฬา” ที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง | ลัลลลิตาคลินิก

การออกกำลังกาย ภูมิแพ้ผิวหนัง ลัลลลิตาคลินิก

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นของ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้อรัง มักจะพบกับอุปสรรคสำคัญคือ “เหงื่อและความร้อน” ที่ทำให้เกิดอาการคันยุบยิบ แสบแดง และผื่นกำเริบขึ้นมาจนหลายคนถอดใจจากการเล่นกีฬา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับการเลือกประเภทกีฬาและการดูแลผิว เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีความสุขและลดโอกาสการระคายเคือง ทำไมเหงื่อถึงทำให้ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ? ในผู้ที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โครงสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) จะอ่อนแอกว่าปกติ เมื่อร่างกายมีความร้อนและหลั่งเหงื่อออกมา แร่ธาตุบางชนิดในเหงื่อจะเข้าไปกระตุ้นปลายประสาทบริเวณผิวหนังที่กำลังอักเสบ ทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ความร้อนยังทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งส่งผลให้รอยแดงและการอักเสบดูชัดเจนขึ้น กีฬาประเภทไหนที่ “ตอบโจทย์” ผู้ป่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง? อ้างอิงจากงานวิจัยและคำแนะนำของแพทย์ผิวหนัง กีฬาที่เหมาะสมควรเป็นกีฬาที่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้ดี หรือมีการระบายอากาศที่เหมาะสม ได้แก่: 1. กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ หรือ แอโรบิกในน้ำ) ข้อดี: น้ำจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้เหงื่อไม่ออกมาก และลดอาการคันยุบยิบระหว่างออกกำลังกายได้ดีเยี่ยม ข้อควรระวัง: คลอรีนในสระว่ายน้ำอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ดังนั้น หลังว่ายน้ำเสร็จต้องรีบอาบน้ำล้างตัวทันที และทาสารให้ความชุ่มชื้น (Moisturizer) ทั่วตัวภายใน 3 นาทีหลังเช็ดตัวหมาดๆ 2. กีฬาในร่มที่มีการปรับอากาศ […]

Program XERF: ฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้วยพลังงาน RF สองความถี่ (Dual Frequency Monopolar RF)

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการยกกระชับผิวมีการพัฒนาไปอย่างมาก หนึ่งในหัตถการความงามที่กำลังได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ Program XERF ซึ่งเป็นความร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่าง Cynosure และ Lutronic สองผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเลเซอร์และคลื่นวิทยุระดับโลก บทความนี้จะเจาะลึกถึงกลไกการทำงานของ XERF ในการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย กลไกการทำงาน: ทำไมต้องเป็น “Dual Frequency”? จุดเด่นสำคัญของ XERF ที่แตกต่างจากเทคโนโลยี Monopolar RF ทั่วไป คือการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง 2 ระดับในการดูแลผิว: ความถี่ 6.78 MHz: เป็นความถี่มาตรฐาน (Golden Standard) ที่มีความเหมาะสมในการกระตุ้นผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนในระดับที่เหมาะสม (Volumetric Heating) เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ส่งผลให้ผิวดูแน่นและละเอียดขึ้น ความถี่ 2 MHz: เป็นความถี่ที่มีความยาวคลื่นยาวขึ้น ช่วยให้พลังงานสามารถลงลึกไปถึงชั้นไขมันและพังผืด (Subcutaneous & Septa) ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักในการพยุงใบหน้า ช่วยในเรื่องการปรับกรอบหน้า (Contouring) และดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยในชั้นลึก ความน่าเชื่อถือด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เพื่อให้การส่งผ่านพลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและมีความปลอดภัยต่อคนไข้ […]

บอกลาวงแขนเปียก!

บอกลาวงแขนเปียก! มั่นใจทุกลุคด้วย “Program Botox ลดเหงื่อ” ที่ลัลลลิตาคลินิก เคยไหม? เหงื่อออกทีไรต้องกังวลเรื่อง “รอยเปียกใต้รักแร้” หรือบางครั้งความมั่นใจก็หดหายเพราะกลัวเรื่องกลิ่นตัวระหว่างวัน ปัญหาสารพัด “รักแร้เปียก” ไม่ได้เกิดจากความสกปรกเสมอไป แต่มักเกิดจากการที่ต่อมเหงื่อทำงานหนักเกินไป (Hyperhidrosis) ลัลลลิตาคลินิก จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับตัวช่วยที่เห็นผลไวและตรงจุดที่สุด นั่นคือการฉีด Botulinum toxin ลดเหงื่อ นั่นเองค่ะ Botox ช่วยลดเหงื่อได้ยังไง? หลายคนอาจจะคุ้นเคยว่า Botulinum Toxin มีไว้สำหรับลดริ้วรอยหรือปรับรูปหน้าเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว Botulinum Toxin ยังมีความสามารถพิเศษในการ “ระงับการทำงานของเส้นประสาทที่ไปกระตุ้นต่อมเหงื่อ” หลักการทำงาน: เมื่อฉีดBotulinum Toxin เข้าไปในบริเวณผิวหนังใต้รักแร้ ตัวยาจะไปยับยั้งสารสื่อประสาทที่สั่งให้ต่อมเหงื่อผลิตเหงื่อออกมา ผลลัพธ์: เหงื่อบริเวณนั้นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดถึง 80-90% ทำให้รักแร้แห้งสบายตลอดวัน ทำไมต้องมาฉีด Botulinum Toxin ลดเหงื่อที่ ลัลลลิตาคลินิก? เห็นผลไว ไม่ต้องพักฟื้น: หลังทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที โดยเหงื่อจะเริ่มลดลงภายใน 3-7 วัน ลดกลิ่นตัว: […]

Summer Skincare for Children

การดูแลผิวลูกในช่วงหน้าร้อน ลัลลลิตาคลินิก โดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก มีคำแนะนำต่างๆมาฝากค่ะ อากาศบ้านเราจะเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่หน้าร้อน นอกจากอากาศจะอบอ้าวมากขึ้นแล้ว ช่วงกลางวันก็ยาวนานขึ้น คุณพ่อคุณลูกที่ชอบทำกิจกรรมนอกบ้านจึงอาจประสบกับโรคผิวหนังอันเกิดจากความร้อนและรังสีอัลตราไวโอเลต คุณหมอจึงมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อน วิธีปกป้องเจ้าตัวน้อยจากแสงแดด รวมถึงเคล็ดลับการเลือกยาทากันแดดมาฝากกันค่ะ โรคผิวหนังที่เด็กมักเป็นในช่วงหน้าร้อน 1.ผดร้อน เนื่องจากท่อระบายเหงื่อของทารกและเด็กเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ถ้าคุณพ่อให้ลูกใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไป ผิวหนังของลูกจะระบายความร้อนได้ไม่ดี ท่อระบายเหงื่อซึ่งถูกอุดกั้นจึงทำให้เหงื่อค้างอยู่บนชั้นผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มแดง ซึ่งจะพบบ่อยที่ใบหน้า คอ และลำตัว การรักษา ผื่นจะหายไปเองโดยไม่ต้องรับการรักษา ถ้ามีเหงื่ออกมากคุณพ่ออาจใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้ลูก วิธีป้องกัน ให้ลูกใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ ระบายอากาศได้ดี ดูแลให้ลูกอยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเทสะดวก 2.ผื่นจากการเสียดสีตามซอกพับ เด็กที่มีรูปร่างท้วมหรืออ้วนจะมีเนื้อบริเวณข้อพับเยอะ โอกาสที่ผิวหนังเสียดสีกันจึงเกิดขึ้นได้บ่อย และเมื่อเผชิญอากาศร้อนอบอ้าวจนเหงื่อออกเยอะบริเวณซอกพับจะเปียกแฉะและอับชื้น เกิดเป็นผื่นแดง หากเป็นมาก เด็กอาจเจ็บบริเวณผื่นและมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้ง่ายขึ้น วิธีป้องกันและรักษา ให้ลูกใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ ระบายอากาศได้ดี ดูแลให้ลูกอยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเทสะดวก และอย่าลืมทาแป้งฝุ่นเพื่อช่วยดูดซับความเปียกชื้น หากเป็นมาก แนะนำให้คุณพ่อพาลูกไปพบกุมารแพทย์ เพื่อประเมินอาการและรับการรักษา นอกจากนี้ คุณพ่อควรช่วยดูแลเรื่องน้ำหนักตัวของลูกไม่ให้มากเกินไป โดยดูแลเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย เป็นต้น หากลูกมีภาวะอ้วนควรปรึกษากุมารแพทย์ด้านโภชนาการ 3.ผิวไหม้จากแดด รังสียูวีบีทำให้เกิดการตายของเซลล์ผิวในชั้นหนังกำพร้า ถ้าลูกไปเที่ยวเล่นกลางแจ้งที่มีแดดแรง ผิวก็อาจไหม้ได้ ซึ่งอาการนี้มักเกิดกับเด็กที่มีผิวขาว โดยผิวจะเป็นสีแดงเรื่อในกรณีที่มีอาการเล็กน้อย […]

When to Suspect a Cow's Milk Allergy in Your Child

เมื่อไหร่ที่ต้องสงสัยว่าลูกเป็นผื่นแพ้นมวัว ลูกเป็นผื่นแพ้นมวัวหรือไม่ พญ.นิอร บุญเผื่อน แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการดูแลเด็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ได้ตอบคำถามไว้ดังนี้ ปัจจุบันสื่อโซเซียลมีเดียเข้าถึงได้ง่าย เวลาลูกเล็กมีผื่นเมื่อคุณพ่อ คุณแม่ค้นหาเข้าไปในอินเตอร์เน็ต google หรือเข้าไปรวมกลุ่มใน facebook เมื่อได้อ่านข้อมูลอาจจะทำให้คุณพ่อ คุณแม่สับสนหรือสงสัยว่าลูกของคุณเป็นผื่นแพ้นมวัวหรือเปล่า เนื่องจากโรคนี้ถูกกล่าวถึงเป็นวงกว้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หมอจะมาคลายข้อสงสัยให้คุณพ่อ คุณแม่ค่ะ โรคผื่นผิวหนังอักเสบและมีอาการคันในเด็ก มีได้หลายสาเหตุและที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผื่นลมพิษ ผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายเคือง ผื่นแพ้สัมผัสจากผลิตภัณฑ์ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้อาหาร และอื่นๆ ผื่นแบบไหนกันแน่ที่ควรสงสัยว่าเกิดจากนมวัว ผื่นแพ้นมวัวมีอาการทางผิวหนังได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ ปฏิกิริยาตอบสนองต่ออาการแพ้แบบเฉียบพลัน ได้แก่ ลมพิษ ปากบวม ในบางรายที่มีอาการรุนแรงสามารถพบอาการตามระบบอื่นๆร่วมด้วย เช่น หายใจไม่สะดวกจากกล่องเสียงบวมหรือหลอดลมตีบ ความดันโลหิตต่ำ อาเจียน เป็นต้น อาการจะเกิดขึ้นภายใน 30 นาที ช้าที่สุดไม่เกิน 4 ชั่วโมง เมื่อได้รับนมวัว ปฏิกิริยาตอบสนองต่ออาการแพ้แบบช้า ได้แก่ ผื่นผิวหนังอักเสบ พบว่าผิวหนังจะมีอาการอักเสบ […]

Alopecia Areata (Patchy Hair Loss)

โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) รู้จักและรักษาให้ถูกวิธีที่ลัลลลิตาคลินิก คุณกำลังเผชิญปัญหาผมร่วงเป็นหย่อมหรือไม่? กังวลใจกับผมที่แหว่งไปและอยากให้กลับมาดกดำอีกครั้ง? ลัลลลิตาคลินิก เข้าใจความกังวลของคุณและพร้อมให้คำปรึกษาพร้อมการรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อมอย่างครอบคลุม โรคผมร่วงเป็นหย่อม เป็นภาวะที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายรากผมของตัวเอง ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ขนาดต่างๆ กัน มักเกิดขึ้นบนหนังศีรษะ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นกับขนบริเวณอื่นๆ ของร่างกายได้ เช่น คิ้ว หนวดเครา หรือแม้แต่ขนตา แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่โรคนี้สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย   สาเหตุของโรคผมร่วงเป็นหย่อม สาเหตุที่แท้จริงของโรคผมร่วงเป็นหย่อมยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่: ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Disease): เป็นสาเหตุหลักที่เชื่อกันว่าสำคัญที่สุด ร่างกายเข้าใจผิดว่าเซลล์รากผมเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างภูมิคุ้มกันมาโจมตี ทำให้รากผมหยุดการทำงานและผมร่วง พันธุกรรม: มีรายงานว่าผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อมได้มากกว่า ความเครียด: ความเครียดสะสมรุนแรงหรือเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการหรือทำให้อาการแย่ลงได้ อาการของโรคผมร่วงเป็นหย่อม อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ: ผมร่วงเป็นหย่อมกลมหรือรี: มักเริ่มจากหย่อมเล็กๆ ขนาดเท่าเหรียญบาท หรือใหญ่กว่านั้น และอาจมีจำนวนหลายหย่อม ผิวหนังบริเวณที่ผมร่วงเรียบเนียน: ไม่มีรอยแดง คัน หรือเป็นขุย อาจมีอาการคันหรือแสบร้อนเล็กน้อย: ในบางราย ก่อนที่ผมจะเริ่มร่วง เส้นผมบริเวณขอบหย่อมร่วงอาจหลุดง่าย: […]