ลูกเป็นผื่น หาหมอไหนดี? ทำความรู้จัก “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” ต่างจากหมอเด็กและหมอผิวหนังทั่วไปอย่างไร | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อลูกน้อยมีปัญหาผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นผื่นแดงเรื้อรัง ตุ่มน้ำ ปานแดง หรือผิวแห้งลอก คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักจะสงสัยคือ “ควรพาลูกไปหาหมอเด็ก (กุมารแพทย์) หรือไปหาหมอผิวหนัง (ตจแพทย์) ดี?” แล้ว “หมอเฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” มีอยู่มั๊ย ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผิวของเด็ก โดยเฉพาะทารกแรกเกิด ไม่ใช่แค่ “ผิวผู้ใหญ่ที่ย่อส่วนลงมา” นะคะ โครงสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ มีความบอบบางกว่า และมีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อน้ำหนักตัวที่สูงกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อการดูดซึมยาทาต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยตรง ในทางการแพทย์จึงมีสาขาความเชี่ยวชาญพิเศษที่เรียกว่า “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” (Pediatric Dermatologist) เพื่อตอบโจทย์ความละเอียดอ่อนนี้โดยเฉพาะค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับคุณหมอด้านนี้กันค่ะ ว่ากว่าจะมาเป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเด็กต้องผ่านการศึกษาอย่างไร และมีความแตกต่างจากสาขาอื่นอย่างไรบ้าง เส้นทางการศึกษา: กว่าจะเป็น “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” ต้องใช้เวลากี่ปี? การจะเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็กได้นั้น ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและระยะเวลาในการศึกษา รวมถึงการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกที่ยาวนานมากกว่า 10 ปีเลยทีเดียวค่ะ โดยมีเส้นทางมาตรฐานดังนี้: แพทยศาสตรบัณฑิต (หมอทั่วไป): ใช้เวลาเรียน 6 ปี แพทย์ประจำบ้าน […]
เป็นกลากดูแลตัวเองอย่างไร? เช็กลิสต์สิ่งที่ควรทำและควรเลี่ยง| ลัลลลิตาคลินิก

โรคกลากเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ลำตัว หนังศีรษะ หรือซอกพับต่างๆ อาการเด่นชัดคือ มักมีผื่นแดงลักษณะเป็นวงขอบค่อนข้างชัดเจน มีสะเก็ดลอก และมีอาการคันรบกวนใจ หลายท่านเมื่อเริ่มมีอาการ มักเกิดความสับสนในการดูแลตนเอง หรือบางครั้งเผลอทำพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เชื้อราลุกลามโดยไม่รู้ตัว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์มาสรุปเป็นเช็กลิสต์ “สิ่งที่ควรทำ (Dos)” และ “สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’ts)” เพื่อให้คุณดูแลผิวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ ✅ สิ่งที่ควรทำเมื่อเป็นโรคกลาก (Dos) รักษาความสะอาดและความแห้งสบายของผิว: เชื้อรากลุ่มนี้จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ดังนั้น หลังอาบน้ำหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก ควรซับผิวให้แห้งสนิทด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดทันทีค่ะ แยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย: งานวิจัยระบุว่าเชื้อราสามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน จึงควรแยกผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า กรรไกรตัดเล็บ และหวี ไม่ใช้ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวค่ะ ซักเสื้อผ้าด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม: แนะนำให้ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัวด้วยน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส) และตากแดดให้แห้งสนิท เพื่อช่วยลดปริมาณสปอร์ของเชื้อราที่อาจตกค้างอยู่บนเส้นใยผ้าค่ะ ทายาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง: การใช้ยาทาฆ่าเชื้อราควรทาเลยขอบผื่นออกไป 2-3 เซนติเมตร และหัวใจสำคัญคือ “ต้องทาอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด” แม้ว่าผื่นภายนอกจะดูเนียนหายดีแล้วก็ตาม […]
เป็น “โรคเริม” ซ้ำซากจนท้อ! เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มทานยาแบบป้องกัน?| ลัลลลิตาคลินิก

โรคเริม (Herpes Simplex) เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ทั้งบริเวณริมฝีปาก (เริมที่ปาก) และอวัยวะเพศ อาการเด่นชัดคือมีตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่ม มีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวด แม้ว่าตุ่มน้ำเหล่านี้จะสามารถแห้งและตกสะเก็ดหายไปได้เองในเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ความน่ากังวลของโรคเริมคือ “การกลับมาเป็นซ้ำ” ค่ะ หลายท่านอาจมีอาการเริมกำเริบปีละ 1-2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายอ่อนแอลงชั่วคราว แต่สำหรับบางท่านที่โรคเริมกำเริบบ่อยมากจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความมั่นใจ และหน้าที่การงาน ในทางการแพทย์ผิวหนังจะมีแนวทางการดูแลที่เรียกว่า “การทานยาต้านไวรัสแบบป้องกัน” (Suppressive Therapy) ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีคำถามสำคัญว่าเมื่อไหร่ที่เราควรปรึกษาแพทย์เพื่อเริ่มทานยาแบบป้องกันกันค่ะ ทำไมโรคเริมถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ? ก่อนอื่นต้องเข้าใจธรรมชาติของเชื้อไวรัสเริม (HSV) ก่อนค่ะ เมื่อเราติดเชื้อครั้งแรกและอาการที่ผิวหนังหายไปแล้ว เชื้อไวรัสจะไม่ได้หายไปจากร่างกาย แต่จะเดินทางไป “หลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท” อย่างสงบ เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีปัจจัยมากระตุ้น เช่น พักผ่อนน้อย เครียดสะสม ช่วงมีประจำเดือน หรือตากแดดจัด ภูมิคุ้มกันที่ลดลงชั่วคราวจะทำให้ไวรัสที่ซ่อนอยู่ตื่นตัวและกลับมาก่อให้เกิดตุ่มน้ำใสที่ผิวหนังซ้ำอีกครั้งค่ะ เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาทานยาแบบป้องกัน? การทานยาแบบป้องกัน คือการทานยาต้านไวรัสในขนาดต่ำๆ ติดต่อกันเป็นประจำทุกวัน (มักใช้เวลา 6-12 เดือนตามแพทย์ประเมิน) เพื่อกดไม่ให้ไวรัสแบ่งตัวและแสดงอาการ […]
ลูกผมร่วงเป็นหย่อม คันศีรษะลอกเป็นขุย! รับมือ “กลากที่หนังศีรษะ” | ลัลลลิตาคลินิก

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการคันศีรษะอย่างรุนแรง มีรังแคหรือสะเก็ดลอกเป็นขุยหนา และที่สำคัญคือ “ผมร่วงเป็นหย่อมๆ” หรือบางครั้งเห็นเป็นจุดดำๆ เล็กๆ ที่รากผม (Black dot) อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหารังแคธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อราที่เรียกว่า “กลากที่หนังศีรษะ” หรือที่คนไทยสมัยก่อนเรียกว่า “ชันนะตุ” ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจโรคนี้อย่างเจาะลึก เพื่อให้ครอบครัวสามารถป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ กลากที่หนังศีรษะ มักพบในวัยไหนและเกิดจากอะไร? โรคกลากที่หนังศีรษะ เกิดจากการติดเชื้อราซึ่งสามารถลุกลามเข้าไปทำลายเส้นผมถึงระดับรากผมได้ค่ะ ช่วงอายุที่พบบ่อย: โรคนี้พบได้บ่อยที่สุดใน เด็กวัยก่อนเรียนจนถึงวัยเรียน (อายุประมาณ 3-14 ปี) เนื่องจากเป็นวัยที่มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ มาก และระบบภูมิคุ้มกันที่หนังศีรษะอาจยังต้านทานเชื้อราได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ค่ะ (ส่วนในผู้ใหญ่มักพบได้น้อยกว่า แต่อาจพบได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อค่ะ) ปัจจัยเสี่ยงและการติดต่อ: เชื้อรานี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่าน “การสัมผัส” ค่ะ เช่น การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี หมวก กิ๊บติดผม ปลอกหมอน หรือผ้าเช็ดตัว การคลุกคลีหรืออุ้มสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อรา (โดยเฉพาะแมวและสุนัข) สภาพแวดล้อมที่อับชื้น เหงื่อออกมาก และการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ ทำไม […]