รักษาสิวไม่เลี้ยงไข้ที่ลัลลลิตาคลินิก มีโปรแกรมอะไรบ้าง? เจาะลึกแนวทางการดูแลตั้งแต่สิวอักเสบจนถึงรอยและหลุมสิว

ปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวฮอร์โมน ถือเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่สร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก และเมื่อสิวหายไปแล้ว สิ่งที่มักทิ้งไว้คือ “รอยแดง รอยดำ” และ “หลุมสิว” ซึ่งต้องอาศัยการดูแลที่แตกต่างกันออกไป โรคสิวมีกลไกการเกิดที่ซับซ้อน การดูแลรักษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันภาวะสิวดื้อยา จึงต้องอาศัยการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ที่ดูแลครอบคลุมตั้งแต่การลดการอักเสบ ไปจนถึงการฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความรู้จักกับโปรแกรมและแนวทางการดูแลปัญหาสิวอย่างเป็นระบบ ว่ามีขั้นตอนใดบ้าง เพื่อคืนผิวที่สุขภาพดีให้กับคุณค่ะ โปรแกรมการดูแลปัญหาสิวและรอยสิว ที่ ลัลลลิตาคลินิก การวิเคราะห์หาสาเหตุและจ่ายยาตามมาตรฐาน การรักษาที่ตรงจุดต้องเริ่มต้นจากการประเมินความรุนแรงของสิว แพทย์จะพิจารณาสั่งจ่ายยาทาเฉพาะที่ หรือยารับประทาน ตามระดับความรุนแรงของอาการ โดยเน้นการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ การกดสิวและการฉีดสิวอักเสบ การนำหัวสิวอุดตันออกอย่างถูกวิธีด้วยอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ ช่วยลดโอกาสที่สิวจะอักเสบในอนาคต สำหรับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาฉีดยาลดการอักเสบ เพื่อให้สิวยุบตัวลงอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นหลุมสิว การฉายแสงบำบัดรักษาสิว (Light Therapy / PDT) เทคโนโลยีที่ช่วยจัดการสิวโดยไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว แสงสีฟ้า (Blue Light) จะออกฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรียก่อสิว (C. acnes) โดยตรง ส่วนแสงสีแดง (Red Light) […]
สิวยุบแล้วหยุดยาได้ไหม? เหตุผลทางการแพทย์ที่ต้อง “รักษาสิวอย่างต่อเนื่อง” เพื่อหยุดวงจรสิวซ้ำซาก | ลัลลลิตาคลินิก

คำถามยอดฮิตในห้องตรวจคลินิกผิวหนังคือ “คุณหมอคะ ตอนนี้สิวยุบแล้ว หน้าดูใสขึ้นแล้ว ขอหยุดทายาหรือหยุดการรักษาเลยได้ไหมคะ?” หรือไม่ คนไข้ก็หายไปเฉยๆ….เมื่อสิวเพิ่งเริ่มเคลียร์ หลายท่านอาจเคยมีประสบการณ์รักษาสิว พอหน้าเริ่มดีขึ้นก็หยุดยาหรือหยุดมาคลินิก แต่ผ่านไปเพียง 1-2 เดือน สิวก็กลับมาเห่อใหม่ที่เดิมซ้ำๆ ในทางการแพทย์ผิวหนัง โรคสิวถือเป็น “โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง” (Chronic Inflammatory Skin Disease) ที่ต้องการการดูแลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) หมอจะขอเล่าถึงกลไกใต้ชั้นผิวหนัง ว่าทำไมการรักษาสิวแบบ “ทำๆ หยุดๆ” ถึงเป็นข้อห้าม และทำไมการดูแลอย่างต่อเนื่องถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ผิวที่แข็งแรงในระยะยาวค่ะ 3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ทำไมจึงต้องรักษาสิวอย่างต่อเนื่อง 1. ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง และสิวที่มองไม่เห็น (Microcomedones) สิ่งที่เรามองเห็นบนใบหน้า (สิวอักเสบ สิวอุดตัน) เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นค่ะ งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ก่อนที่สิวจะผุดขึ้นมาให้เราเห็น มันได้ก่อตัวอยู่ใต้ผิวหนังในระยะที่เรียกว่า “Microcomedone” (การอุดตันขนาดจิ๋วที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) มานานถึง 8-12 สัปดาห์แล้ว! ดังนั้น เมื่อสิวบนหน้ายุบลง ไม่ได้แปลว่าใต้ผิวจะไม่มีสิวซ่อนอยู่ การหยุดรักษากะทันหัน จะทำให้ Microcomedone […]
ฉายแสงรักษาสิว (PDT) ทางเลือกจัดการสิวอักเสบและสิวดื้อยา | ลัลลลิตาคลินิก

ปัญหาสิวเรื้อรัง สิวอักเสบ หรือสิวดื้อยา เป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคน โดยเฉพาะเมื่อการรักษาสิวด้วยยาทาหรือยารับประทานแบบเดิมๆ เริ่มไม่ตอบสนอง หรือบางท่านอาจมีความกังวลถึงผลข้างเคียงจากการทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ในปัจจุบัน วงการแพทย์ผิวหนังมีนวัตกรรมที่เรียกว่า การฉายแสงรักษาสิว หรือ Photodynamic Therapy (PDT) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพในการดูแลสิวอักเสบ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจกลไกการทำงานของแสงรักษาสิว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดูแลผิวของคุณค่ะ กลไกการทำงานของ แสงรักษาสิว (PDT) อ้างอิงจากหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ การฉายแสงรักษาสิวมีกลไกหลัก 2 ประการ คือ การกำจัดเชื้อแบคทีเรียก่อสิว (C. acnes) และ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของต่อมไขมัน ค่ะ ฆ่าเชื้อสิวด้วยแสง: แบคทีเรีย C. acnes ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ จะมีการผลิตสารที่เรียกว่า Porphyrins ซึ่งเป็นสารที่ไวต่อแสง เมื่อแพทย์ฉายแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ (เช่น แสงสีฟ้า ความยาวคลื่นประมาณ 400 นาโนเมตร) แสงจะเข้าไปกระตุ้นสารนี้ให้สร้างออกซิเจนและอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเข้าไปทำลายเซลล์แบคทีเรียสิวโดยตรงค่ะ การใช้สารเสริมประสิทธิภาพ (5-ALA): ในกรณีที่สิวอักเสบรุนแรง หรือมีสารไวแสงตามธรรมชาติน้อย แพทย์อาจพิจารณาทาสาร […]
สิวเห่อหนัก ควร “พักผิว” จากการแต่งหน้าหรือไม่? เจาะลึกเหตุผลทางการแพทย์ที่คนเป็นสิวต้องรู้ | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อเกิดภาวะ “สิวเห่อ” หรือมีสิวอักเสบและสิวอุดตันขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สัญชาตญาณแรกของหลายคนคือการหยิบรองพื้น BB หรือ CC ครีม มาปกปิดเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แต่ในทางกลับกัน การปกปิดที่หนาแน่นเกินไปในช่วงที่ผิวอ่อนแอ อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สิวรักษายากขึ้น ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจกลไกทางผิวหนังว่า ทำไมการ “พักผิว” จากเครื่องสำอางกลุ่มปกปิด จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากปัญหาสิวเรื้อรังค่ะ ทำไมช่วงสิวเห่อหนัก จึงควรพักผิวจากการแต่งหน้า? การใช้เครื่องสำอางที่มีความปกปิดสูงในขณะที่เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) กำลังอ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อกลไกการเกิดสิวใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ค่ะ: 1. เกิดปรากฏการณ์ปิดกั้นรูขุมขน (Occlusion Effect) รองพื้นและคอนซีลเลอร์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ยึดเกาะผิวได้ดี จึงมักมีส่วนผสมของซิลิโคน (Silicones) หรือน้ำมัน สารเหล่านี้จะสร้างฟิล์มเคลือบผิวไว้ ทำให้ต่อมไขมันไม่สามารถระบายน้ำมัน (Sebum) ออกมาตามธรรมชาติได้ สิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงตกค้างและเพิ่มจำนวนสิวอุดตัน (Comedones) ได้อย่างรวดเร็ว 2. สร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียชื่นชอบ (Anaerobic Environment) เมื่อรูขุมขนถูกเคลือบปิดจนทึบ จะเกิดสภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจน ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อแบคทีเรีย C. acnes (ต้นเหตุของการเกิดสิว) […]
เจาะลึก “อาหารที่คนเป็นสิวควรหลีกเลี่ยง” ตามหลักการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก

ปัญหาสิวเป็นหนึ่งในปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดและส่งผลต่อความมั่นใจอย่างมาก หลายท่านอาจให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สกินแคร์และการทายาเพียงอย่างเดียว แต่ทราบหรือไม่ครับว่า “อาหาร” ที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญต่อการเกิดสิวและการอักเสบของผิวหนัง ข้อมูลจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า อาหารบางประเภทสามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย และส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกกลุ่มอาหารที่คนเป็นสิวหรือผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยง เพื่อการดูแลผิวจากภายในอย่างถูกวิธี 3 กลุ่มอาหารกระตุ้นสิว ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณ อ้างอิงจากแนวทางการศึกษาทางคลินิกผิวหนังวิทยา กลุ่มอาหารที่มีส่วนสัมพันธ์กับการกำเริบของสิว ได้แก่: 1. อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง (High Glycemic Index Foods) ได้แก่: ข้าวขาว, ขนมปังขาว, เส้นก๋วยเตี๋ยว, ขนมหวาน, ชานมไข่มุก และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง กลไกทางการแพทย์: อาหารกลุ่มนี้จะถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลและฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) รวมถึงฮอร์โมน IGF-1 (Insulin-like Growth Factor 1) พุ่งสูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันบนใบหน้าผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น (Hyperseborrhea) และเพิ่มโอกาสในการอุดตันของรูขุมขนจนกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด 2. ผลิตภัณฑ์จากนมวัว (Dairy Products) ได้แก่: นมวัวสด, ชีส, เนย […]