ปานแดงในเด็กแบบไหน อันตราย? สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพามาพบกุมารแพทย์ผิวหนังเด็ก | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อลูกน้อยแรกเกิดหรือในช่วงสัปดาห์แรกๆ มีตุ่มแดงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รีปรากฏขึ้นบนผิวหนัง คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักจะตกใจและกังวลใจอย่างมาก ในทางการแพทย์ผิวหนังเด็ก เราเรียกภาวะนี้ว่า “เนื้องอกหลอดเลือดในเด็ก” ค่ะ ข่าวดีคือ เนื้องอกหลอดเลือดส่วนใหญ่มักไม่มีอันตราย และสามารถ “ค่อยๆ ยุบตัวลงได้เอง” เมื่อเด็กโตขึ้น แต่ก็มีเนื้องอกหลอดเลือดบางกลุ่มที่อยู่ใน “ตำแหน่งอันตราย” หรือมี “ภาวะแทรกซ้อน” ที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามใช้คำว่า “รอดูอาการ” หรือ “รอให้ยุบเอง” เด็ดขาดค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มาสรุปเป็นสัญญาณเตือน (Red Flags) เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีค่ะ 5 สัญญาณเตือนของปานแดง (เนื้องอกหลอดเลือด) ที่ต้องรีบพบแพทย์ หากเนื้องอกหลอดเลือดของลูกน้อยมีลักษณะหรืออยู่ในตำแหน่งดังต่อไปนี้ ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังโดยเร็วที่สุดค่ะ: 1. เนื้องอกหลอดเลือดอยู่บริเวณ “รอบดวงตา” นี่คือตำแหน่งที่ต้องระวังมากที่สุดค่ะ หากก้อนเนื้อโตขึ้นจนไปเบียดลูกตา หรือบดบังการมองเห็นแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เด็กเกิดภาวะสายตาเอียง หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็น “โรคตาขี้เกียจ” และสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ หากพบที่เปลือกตาหรือหัวตา ต้องรีบประเมินการรักษาทันทีค่ะ 2. เนื้องอกหลอดเลือดบริเวณ “กราม คาง ลำคอ” ก้อนเนื้อที่กระจายตัวอยู่บริเวณคาง ขากรรไกร หรือลำคอ […]
คลินิกรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ดูแลอย่างเข้าใจ| ลัลลลิตาคลินิก

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis หรือ AD) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาการผิวแห้งสาก คันยุบยิบ และผื่นแดงที่กำเริบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว แต่ยังบั่นทอนคุณภาพชีวิต การนอนหลับ และความมั่นใจในการเข้าสังคมอย่างมาก ในทางการแพทย์ผิวหนังปัจจุบัน แนวทางการดูแลโรคนี้ได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การทายาแก้คันแล้วค่ะ ที่ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีแพทย์เฉพาะทางด้านโรคผิวหนังเด็กและผิวหนังผู้ใหญ่ พญ.นิอร บุญเผื่อน ที่เชี่ยวชาญในด้านโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโดยเฉพาะ มาให้การตรวจรักษาค่ะ โดยมีคุณหมอมีแนวทางการดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง จากประสบการณ์และการอัปเดตความรู้อย่างสม่ำเสมอ แนวทางการดูแลรักษาที่ ลัลลลิตาคลินิก จากประสบการณ์ของแพทย์เฉพาะทาง การดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังให้สงบในระยะยาว ต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องและการดูแลอย่างเป็นระบบ พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังประจำลัลลลิตาคลินิก มีประสบการณ์ในการดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมากกว่า 15 ปี ทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รวมถึงเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องโรคผิวหนังในงานประชุมวิชาการสำหรับแพทย์ นอกจากนี้คุณหมอได้ผ่านการอบรมมาตรฐานการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง The GA²LEN ADCARE Allergy School on Atopic Dermatitis ซึ่งจัดโดยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้และหอบหืดระดับโลก เพื่อนำแนวทางการรักษาที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หัวใจสำคัญของการดูแลผิวที่ลัลลลิตาคลินิก ประกอบด้วย: คุณหมอมุ่งเน้นเรื่องการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง แม่นยำ คุณหมอให้เวลาในการพูดคุย […]
เป็นกลากดูแลตัวเองอย่างไร? เช็กลิสต์สิ่งที่ควรทำและควรเลี่ยง| ลัลลลิตาคลินิก

โรคกลากเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ลำตัว หนังศีรษะ หรือซอกพับต่างๆ อาการเด่นชัดคือ มักมีผื่นแดงลักษณะเป็นวงขอบค่อนข้างชัดเจน มีสะเก็ดลอก และมีอาการคันรบกวนใจ หลายท่านเมื่อเริ่มมีอาการ มักเกิดความสับสนในการดูแลตนเอง หรือบางครั้งเผลอทำพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เชื้อราลุกลามโดยไม่รู้ตัว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์มาสรุปเป็นเช็กลิสต์ “สิ่งที่ควรทำ (Dos)” และ “สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’ts)” เพื่อให้คุณดูแลผิวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ ✅ สิ่งที่ควรทำเมื่อเป็นโรคกลาก (Dos) รักษาความสะอาดและความแห้งสบายของผิว: เชื้อรากลุ่มนี้จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ดังนั้น หลังอาบน้ำหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก ควรซับผิวให้แห้งสนิทด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดทันทีค่ะ แยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย: งานวิจัยระบุว่าเชื้อราสามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน จึงควรแยกผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า กรรไกรตัดเล็บ และหวี ไม่ใช้ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวค่ะ ซักเสื้อผ้าด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม: แนะนำให้ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัวด้วยน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส) และตากแดดให้แห้งสนิท เพื่อช่วยลดปริมาณสปอร์ของเชื้อราที่อาจตกค้างอยู่บนเส้นใยผ้าค่ะ ทายาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง: การใช้ยาทาฆ่าเชื้อราควรทาเลยขอบผื่นออกไป 2-3 เซนติเมตร และหัวใจสำคัญคือ “ต้องทาอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด” แม้ว่าผื่นภายนอกจะดูเนียนหายดีแล้วก็ตาม […]
เป็น “โรคเริม” ซ้ำซากจนท้อ! เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มทานยาแบบป้องกัน?| ลัลลลิตาคลินิก

โรคเริม (Herpes Simplex) เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ทั้งบริเวณริมฝีปาก (เริมที่ปาก) และอวัยวะเพศ อาการเด่นชัดคือมีตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่ม มีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวด แม้ว่าตุ่มน้ำเหล่านี้จะสามารถแห้งและตกสะเก็ดหายไปได้เองในเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ความน่ากังวลของโรคเริมคือ “การกลับมาเป็นซ้ำ” ค่ะ หลายท่านอาจมีอาการเริมกำเริบปีละ 1-2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายอ่อนแอลงชั่วคราว แต่สำหรับบางท่านที่โรคเริมกำเริบบ่อยมากจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความมั่นใจ และหน้าที่การงาน ในทางการแพทย์ผิวหนังจะมีแนวทางการดูแลที่เรียกว่า “การทานยาต้านไวรัสแบบป้องกัน” (Suppressive Therapy) ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีคำถามสำคัญว่าเมื่อไหร่ที่เราควรปรึกษาแพทย์เพื่อเริ่มทานยาแบบป้องกันกันค่ะ ทำไมโรคเริมถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ? ก่อนอื่นต้องเข้าใจธรรมชาติของเชื้อไวรัสเริม (HSV) ก่อนค่ะ เมื่อเราติดเชื้อครั้งแรกและอาการที่ผิวหนังหายไปแล้ว เชื้อไวรัสจะไม่ได้หายไปจากร่างกาย แต่จะเดินทางไป “หลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท” อย่างสงบ เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีปัจจัยมากระตุ้น เช่น พักผ่อนน้อย เครียดสะสม ช่วงมีประจำเดือน หรือตากแดดจัด ภูมิคุ้มกันที่ลดลงชั่วคราวจะทำให้ไวรัสที่ซ่อนอยู่ตื่นตัวและกลับมาก่อให้เกิดตุ่มน้ำใสที่ผิวหนังซ้ำอีกครั้งค่ะ เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาทานยาแบบป้องกัน? การทานยาแบบป้องกัน คือการทานยาต้านไวรัสในขนาดต่ำๆ ติดต่อกันเป็นประจำทุกวัน (มักใช้เวลา 6-12 เดือนตามแพทย์ประเมิน) เพื่อกดไม่ให้ไวรัสแบ่งตัวและแสดงอาการ […]
ลูกผมร่วงเป็นหย่อม คันศีรษะลอกเป็นขุย! รับมือ “กลากที่หนังศีรษะ” | ลัลลลิตาคลินิก

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการคันศีรษะอย่างรุนแรง มีรังแคหรือสะเก็ดลอกเป็นขุยหนา และที่สำคัญคือ “ผมร่วงเป็นหย่อมๆ” หรือบางครั้งเห็นเป็นจุดดำๆ เล็กๆ ที่รากผม (Black dot) อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหารังแคธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อราที่เรียกว่า “กลากที่หนังศีรษะ” หรือที่คนไทยสมัยก่อนเรียกว่า “ชันนะตุ” ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจโรคนี้อย่างเจาะลึก เพื่อให้ครอบครัวสามารถป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ กลากที่หนังศีรษะ มักพบในวัยไหนและเกิดจากอะไร? โรคกลากที่หนังศีรษะ เกิดจากการติดเชื้อราซึ่งสามารถลุกลามเข้าไปทำลายเส้นผมถึงระดับรากผมได้ค่ะ ช่วงอายุที่พบบ่อย: โรคนี้พบได้บ่อยที่สุดใน เด็กวัยก่อนเรียนจนถึงวัยเรียน (อายุประมาณ 3-14 ปี) เนื่องจากเป็นวัยที่มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ มาก และระบบภูมิคุ้มกันที่หนังศีรษะอาจยังต้านทานเชื้อราได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ค่ะ (ส่วนในผู้ใหญ่มักพบได้น้อยกว่า แต่อาจพบได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อค่ะ) ปัจจัยเสี่ยงและการติดต่อ: เชื้อรานี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่าน “การสัมผัส” ค่ะ เช่น การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี หมวก กิ๊บติดผม ปลอกหมอน หรือผ้าเช็ดตัว การคลุกคลีหรืออุ้มสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อรา (โดยเฉพาะแมวและสุนัข) สภาพแวดล้อมที่อับชื้น เหงื่อออกมาก และการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ ทำไม […]
ลูกน้อยน้ำลายเยอะจนรอบปากแดง! วิธีรับมือ “ผื่นน้ำลาย” (Drool Rash)| ลัลลลิตาคลินิก

สำหรับครอบครัวที่มีลูกน้อยในวัยกำลังเติบโต โดยเฉพาะในช่วงอายุ 3 ถึง 12 เดือน เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่มักจะสังเกตเห็นว่าลูกรักเริ่มมีน้ำลายไหลเยอะขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติเนื่องจากต่อมน้ำลายเริ่มพัฒนาเต็มที่และมีอาการคันเหงือกจากการเตรียมพร้อมสำหรับฟันซี่แรก (Teething) ค่ะ แต่สิ่งที่มักจะตามมาคู่กันก็คือ ผื่นแดง ผิวแห้งลอก หรือตุ่มน้ำใสๆ บริเวณรอบริมฝีปาก คาง และแก้ม จนทำให้ลูกน้อยงอแงเพราะความแสบคัน ในทางการแพทย์ผิวหนังเรียกภาวะนี้ว่า ผื่นผิวหนังอักเสบแบบการระคายเคืองจากน้ำลายค่ะ หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ “ผื่นน้ำลาย” (Drool Rash) นั่นเองค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) โดยพญ.นิอร จะพาทุกท่านมาเจาะลึกกลไกทางผิวหนังและเทคนิคการดูแลปกป้องผิวรอบปากของลูกรักอย่างปลอดภัยและอ่อนโยนที่สุดค่ะ ทำไมน้ำลายของลูกน้อยถึงทำให้เกิดผื่นแดงอักเสบ? น้ำลายของมนุษย์ไม่ได้มีเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น แต่ประกอบไปด้วย เอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร (เช่น Amylase และ Lipase) และมีสภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เป็นกลางถึงค่อนข้างเป็นด่างเล็กน้อย เมื่อผิวรอบปากของทารกซึ่งบอบบางและมีเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ต้องสัมผัสกับน้ำลายและเอนไซม์เหล่านี้เป็นระยะเวลานานร่วมกับความอับชื้น เอนไซม์จะเข้าไปย่อยสลายไขมันและโปรตีนตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวชั้นนอกสุด ส่งผลให้เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย เกิดการระคายเคือง แดง และอักเสบตามมา ยิ่งหากมีการเสียดสีจากการเช็ดถูบ่อยๆ ก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผื่นลุกลามได้ง่ายขึ้นค่ะ 4 เทคนิคดูแลผิวรอบปากเมื่อลูกน้อยมีน้ำลายเยอะ […]
หน้าแดงง่าย เป็น “โรซาเซีย” (Rosacea) แต่งหน้าได้ไหม? เช็กลิสต์ Do & Don’t พร้อมแนวทางการรักษา | ลัลลลิตาคลินิก

สำหรับผู้ที่มีปัญหา ผิวหน้าแดงอักเสบ หรือ โรซาเซีย (Rosacea) ผิวจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก มักมีอาการหน้าแดงง่าย มีเส้นเลือดฝอยขยายตัว หรือมีตุ่มแดงคล้ายสิว ทำให้การเลือกใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้นำข้อมูลอ้างอิงจากตำราแพทย์ผิวหนังวิทยา มาสรุปเป็นเช็กลิสต์ “สิ่งที่ควรทำ (Dos)” และ “สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’ts)” พร้อมอัปเดตแนวทางการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้คุณดูแลผิวได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจขึ้นค่ะ ✅ สิ่งที่อนุญาตและควรทำ (Dos for Rosacea Care) เลือกเครื่องสำอางเนื้อแมตต์ (Matte finish): แนะนำให้ใช้แป้งฝุ่นเนื้อแมตต์ และหากต้องการปกปิดรอยแดงบนใบหน้า “เบสสีเขียว” (Green-tinted) จะช่วยพรางรอยแดงได้ดีที่สุดค่ะ ลำดับการทาที่ถูกต้อง: ควรทายารักษาโรค (Topical medication) ก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยครีมกันแดด (SPF 20 ขึ้นไป) แล้วจึงค่อยลงเครื่องสำอาง เลือกสีเอิร์ธโทนสำหรับดวงตา: หากแต่งตา ควรใช้อายแชโดว์สีโทนอ่อน เช่น สีพีช, สีแทน หรือสีเขียวหม่นเนื้อแมตต์ ใช้มาสคาร่าสีดำ […]
รู้จัก Polynucleotide ตัวช่วยฟื้นฟูผิวจากระดับเซลล์ Program Vitaran เคล็ดลับผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หรือต้องเผชิญกับมลภาวะและความเครียดสะสม โครงสร้างผิวของเราจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน มีริ้วรอยเล็กๆ และดูไม่สดใสเหมือนเคย ในปัจจุบัน วงการแพทย์ผิวหนังได้มีการนำเทคโนโลยีสารสกัดจากธรรมชาติมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation) ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยรองรับอย่างกว้างขวางคือ Polynucleotide (PN) หรือที่หลายท่านอาจรู้จักในชื่อของโปรแกรม Vitaran (ไวทารัน) ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาเจาะลึกกลไกการทำงานของโปรแกรม Vitaran ตามหลักฐานทางการแพทย์ ว่านวัตกรรมนี้ช่วยดูแลผิวของเราได้อย่างไรบ้างค่ะ Program Vitaran (Polynucleotide) คืออะไร? อ้างอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ Polynucleotide (PN) คือสายโพลีเมอร์ของนิวคลีโอไทด์ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จาก DNA ของปลาแซลมอน (Salmon DNA) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ (Biocompatibility) เมื่อนำมาใช้กับผิวหนัง จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ความชุ่มชื้นชั่วคราว แต่จะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ กลไกการฟื้นฟูผิวของ Program Vitaran ตามหลักวิทยาศาสตร์ การทำงานของ Polynucleotide มีกลไกหลักที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ: กระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์: PN จะเข้าไปจับกับตัวรับ (Receptor) ที่เซลล์ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้ตื่นตัวและกลับมาทำหน้าที่สร้าง […]
ใช้ “เปปไทด์ลดน้ำหนัก” อย่างไรให้ปลอดภัย? เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก

ในปัจจุบัน นวัตกรรมการดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักมีความก้าวหน้าไปมาก หนึ่งในวิธีที่กำลังได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์คือการใช้ “เปปไทด์ลดน้ำหนัก” ซึ่งในอดีตเราอาจคุ้นเคยกับฮอร์โมนเดี่ยวอย่าง GLP-1 แต่ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้พัฒนาก้าวไปอีกขั้นสู่ยุคของ “เปปไทด์ฮอร์โมนคู่ (Dual Agonist)” ที่ผสานประสิทธิภาพของทั้ง GLP-1 และ GIP เข้าด้วยกันค่ะ แม้ว่านวัตกรรมนี้จะมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพในการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร แต่การนำมาใช้โดยขาดความเข้าใจ หรือซื้อมาใช้เองโดยพลการ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ มาสรุปให้ฟังกันอย่างละเอียดค่ะ กลไกการทำงานของเปปไทด์คู่ GLP-1 และ GIP คืออะไร? เปปไทด์ควบคุมน้ำหนักรุ่นใหม่ล่าสุด จัดเป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ 2 ชนิด ซึ่งหลั่งออกมาจากทางเดินอาหารหลังมื้ออาหาร โดยทำงานส่งเสริมกันและกัน (Synergistic Effect) ดังนี้ค่ะ: GLP-1 (Glucagon-like peptide-1): มีหน้าที่หลักในการส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนควบคุมความหิว เพื่อบอกร่างกายว่า “อิ่มแล้ว” ช่วยลดความอยากอาหาร และช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น เราจึงรู้สึกอิ่มแน่นได้ยาวนานขึ้น GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide): ฮอร์โมนตัวนี้เมื่อทำงานร่วมกับ GLP-1 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดียิ่งขึ้น ช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญไขมันในร่างกาย […]
สิวเห่อหนัก ควร “พักผิว” จากการแต่งหน้าหรือไม่? เจาะลึกเหตุผลทางการแพทย์ที่คนเป็นสิวต้องรู้ | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อเกิดภาวะ “สิวเห่อ” หรือมีสิวอักเสบและสิวอุดตันขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สัญชาตญาณแรกของหลายคนคือการหยิบรองพื้น BB หรือ CC ครีม มาปกปิดเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แต่ในทางกลับกัน การปกปิดที่หนาแน่นเกินไปในช่วงที่ผิวอ่อนแอ อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สิวรักษายากขึ้น ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจกลไกทางผิวหนังว่า ทำไมการ “พักผิว” จากเครื่องสำอางกลุ่มปกปิด จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากปัญหาสิวเรื้อรังค่ะ ทำไมช่วงสิวเห่อหนัก จึงควรพักผิวจากการแต่งหน้า? การใช้เครื่องสำอางที่มีความปกปิดสูงในขณะที่เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) กำลังอ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อกลไกการเกิดสิวใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ค่ะ: 1. เกิดปรากฏการณ์ปิดกั้นรูขุมขน (Occlusion Effect) รองพื้นและคอนซีลเลอร์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ยึดเกาะผิวได้ดี จึงมักมีส่วนผสมของซิลิโคน (Silicones) หรือน้ำมัน สารเหล่านี้จะสร้างฟิล์มเคลือบผิวไว้ ทำให้ต่อมไขมันไม่สามารถระบายน้ำมัน (Sebum) ออกมาตามธรรมชาติได้ สิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงตกค้างและเพิ่มจำนวนสิวอุดตัน (Comedones) ได้อย่างรวดเร็ว 2. สร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียชื่นชอบ (Anaerobic Environment) เมื่อรูขุมขนถูกเคลือบปิดจนทึบ จะเกิดสภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจน ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อแบคทีเรีย C. acnes (ต้นเหตุของการเกิดสิว) […]
อาหารบำรุงเส้นผม ทานแค่ไหนถึงพอดี? กะปริมาณง่ายๆ แบบไม่ต้องพึ่งตาชั่ง | ลัลลลิตาคลินิก

การมีเส้นผมที่ดูหนา สุขภาพดี และเงางาม เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจได้เป็นอย่างดีครับ นอกจากการเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยนแล้ว การดูแลโภชนาการจากภายในก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ในทุกมื้ออาหาร โดยไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดกับการชั่งตวงวัดเสมอไป บทความนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้นำข้อมูลทางโภชนาการและงานวิจัยทางการแพทย์จาก PubMed และ Google Scholar มาย่อยให้เข้าใจง่าย พร้อมแนะนำปริมาณการทานเพื่อให้คุณมีความสุขกับการทานอาหาร และได้ดูแลเส้นผมไปพร้อมๆ กัน 4 กลุ่มอาหารบำรุงผม และวิธีกะปริมาณแบบใช้ได้จริงในทุกวัน 1. โปรตีน (Protein) – ตัวช่วยสร้างเคราตินให้ผมดูหนานุ่ม เส้นผมของเราประกอบไปด้วยโปรตีนเป็นหลัก การทานโปรตีนให้เพียงพอจึงเหมือนการเติมวัตถุดิบชั้นดีให้รากผมครับ วิธีกะปริมาณต่อวัน: หากน้ำหนักตัวประมาณ 50 กิโลกรัม ควรทานเนื้อสัตว์ (ไก่, ปลา, หมูสับไม่มัน) ให้ได้ประมาณ 3-4 ทัพพีต่อวัน หรือกะง่ายๆ คือขนาดเท่า 1 ฝ่ามือ (ไม่รวมนิ้ว) ต่อมื้อ หรืออาจเลือกทานไข่ไก่ 2-3 ฟองต่อวัน คู่กับเต้าหู้ 1-2 หลอด ก็เพียงพอแล้วครับ […]
รู้จัก “ผื่นกุหลาบ” (Pityriasis Rosea) อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลรักษาอย่างถูกวิธี | ลัลลลิตาคลินิก

หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ๆ ก็มีผื่นแดงลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรี มีขุยลอก และเริ่มกระจายตัวลามไปตามบริเวณลำตัว หลัง หรือต้นแขนต้นขา จนมองดูคล้ายกับ “รูปต้นคริสต์มาส” อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคผิวหนังที่เรียกว่า “ผื่นกุหลาบ” (Pityriasis Rosea) แม้ชื่อจะฟังดูสวยงาม แต่ผื่นกุหลาบสามารถสร้างความกังวลใจและอาการคันให้กับผู้ที่เป็นได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่ยังไม่ได้คำตอบว่าเป็นผื่นอะไร และช่วงที่ผื่นกำลังลุกลาม ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็กและผู้ใหญ่ จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ตามหลักการแพทย์ผิวหนัง เพื่อการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและปลอดภัยค่ะ ผื่นกุหลาบ (Pityriasis Rosea) คืออะไร? ข้อมูลจากฐานข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผื่นกุหลาบ คือ โรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย มักเกิดขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุระหว่าง 10–35 ปี) รวมถึงพบได้บ่อยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่แพร่กระจายสู่ผู้อื่น และส่วนใหญ่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติแต่ใช้เวลานาน 8-12 สัปดาห์ หากไม่ได้รับการรักษา อาการของผื่นกุหลาบ สังเกตได้อย่างไร? าแบ่งลักษณะอาการของผื่นกุหลาบออกเป็นระยะที่ชัดเจน ดังนี้ค่ะ: ผื่นปฐมภูมิ (Herald Patch): เป็นลักษณะเด่นของโรค โดยจะเริ่มมีผื่นแดงขนาดใหญ่เพียงผื่นเดียวเกิดขึ้นก่อน มักพบบริเวณหน้าอก หน้าท้อง […]