ลัลลลิตาคลินิก ผิวหนัง ความงาม โรคเด็กและวัคซีน

ไขข้อสงสัย Tip Effector 60 ของเครื่อง XERF แตกต่างจากหัวทิปยกกระชับ RF ทั่วไปอย่างไร? | ลัลลลิตาคลินิก

XERF ต่างจาก RF อย่างไร Tip Effector 60 คืออะไร เครื่อง XERF ยกกระชับ ยกกระชับหน้า คลื่นความถี่วิทยุ Dual Frequency RF

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) ที่ใช้เพื่อช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย หลายท่านอาจคุ้นเคยกับเครื่องมือที่มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่าง เครื่อง XERF ซึ่งมาพร้อมกับหัวทิปหน้าสัมผัสเฉพาะที่เรียกว่า “Tip Effector 60” หลายท่านที่กำลังหาข้อมูลอาจสงสัยว่า หัวทิป Effector 60 ที่ใช้ใน Program XERF มีความแตกต่างจากหัวทิป RF สำหรับผิวหน้าของเครื่องรุ่นอื่นๆ อย่างไร? ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางเทคนิคและงานวิจัยทางการแพทย์มาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ครับ ความแตกต่างของ Tip Effector 60 เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม 1. นวัตกรรมคลื่นความถี่คู่ (Dual Frequency) หัวทิป RF ทั่วไป: มักจะใช้คลื่นความถี่วิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) เพียงความถี่เดียว คือ 6.78 MHz เป็นหลัก เพื่อสร้างความร้อนในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) Tip Effector 60 ของ […]

วิธีอ่านฉลากสกินแคร์ (INCI Name) เลี่ยงส่วนผสมจากอาหาร ดูแลผิวบอบบางอย่างเข้าใจ | ลัลลลิตาคลินิก

Skin Care INCI name

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบอบบาง หรือมีแนวโน้มเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) การหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ดัดแปลงมาจากอาหาร ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อช่วยลดโอกาสการเกิด “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) แต่การจะทราบว่าสกินแคร์ขวดนั้นมีส่วนผสมจากอาหารหรือไม่ อาจต้องอาศัยการสังเกตเล็กน้อยครับ เนื่องจากตามกฎหมาย ผู้ผลิตจะต้องแสดงชื่อส่วนผสมเป็นระบบมาตรฐานสากลที่เรียกว่า INCI (International Nomenclature of Cosmetic Ingredients) ซึ่งมักจะระบุเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือภาษาละติน ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำศัพท์ INCI ของสารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่พบได้บ่อย อ้างอิงจากฐานข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อเป็นคู่มือเบื้องต้นในการตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ คู่มืออ่านฉลาก (INCI Name) สารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่พบบ่อย 🥛 1. กลุ่มนม (Milk) หากต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมจากนมวัว ควรสังเกตคำศัพท์เหล่านี้: Lac, Casein (เช่น caseinate, hydrolysed casein) Whey (เช่น whey hydrolysate) Lactoglobulin, Lactose, Lactoferrin * Colostrum […]

การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อันตรายอย่างไร

Skin care Food-allergens-in-skincare-products

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) สำหรับเด็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง หลายท่านมักมองหาส่วนผสมที่มาจาก “ธรรมชาติ” เป็นหลัก เช่น สารสกัดจากข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ นม หรือถั่วเหลือง แต่ในทางการแพทย์และผิวหนังวิทยา การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อาจมีความเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ซึ่งหลายคนอาจคาดไม่ถึง ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเหมาะสม เข้าใจกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) สาเหตุสำคัญที่วงการแพทย์แนะนำให้ระมัดระวังการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร มาจากความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้อาหาร โดยอธิบายผ่านกลไก “ทฤษฎีการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้สองทาง” (Dual-allergen-exposure hypothesis) ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้จากอาหารผ่านการ “ทาลงบนผิวหนัง” ในปริมาณน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างการตอบสนองและจดจำที่จะ “ต่อต้าน” สารนั้นๆ ซึ่งกลไกนี้จะทำงานตรงกันข้ามกับการรับประทานอาหารเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ ที่จะช่วยสร้างความคุ้นชินและมีส่วนช่วยลดอาการแพ้ได้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร ความเสี่ยงในการกระตุ้นโรคภูมิแพ้อาหารรุนแรง: เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง หากผิวหนังถูกกระตุ้นจนเกิดการแพ้สารสกัดจากอาหารในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว เมื่อผู้ใช้รับประทานอาหารชนิดนั้นเข้าไปในภายหลัง อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้อาหารรุนแรง หรือภาวะช็อกจากการแพ้ (Anaphylaxis) ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยรับประทานอาหารชนิดนั้นได้ตามปกติโดยไม่มีอาการแพ้มาก่อนก็ตาม เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังโดยตรง: ส่วนผสมจากอาหารในครีมบำรุง สามารถก่อให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส (Contact […]

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Tirzepatide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Tirzepatide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์

การดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพ มักเป็นความท้าทายสำหรับหลายๆ ท่าน ปัจจุบันการแพทย์มียา Tirzepatide ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร แต่หลายท่านอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานและความปลอดภัย ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบเชิงการแพทย์มาฝากกันค่ะ Q1: Tirzepatide คืออะไร และทำงานอย่างไร? A: Tirzepatide เป็นยาในกลุ่มเปปไทด์ที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มตามธรรมชาติของร่างกาย (Dual GIP และ GLP-1 receptor agonist) โดยมีกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อ ลดความอยากอาหาร และชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น ผู้รับบริการจึงรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานกว่าปกติ ช่วยลดการทานจุกจิกระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ Q2: การดูแลรูปร่างด้วยวิธีนี้ เหมาะกับใครบ้าง? A: เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูง ที่กำลังมองหาแนวทางในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และต้องการรับบริการลดน้ำหนักภายใต้การดูแลและประเมินโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด Q3: มีผลข้างเคียงหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน? A: เนื่องจากกลไกของยาออกฤทธิ์เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ในช่วงเริ่มต้น หรือช่วงที่มีการปรับเพิ่มขนาดยา อาจพบผลข้างเคียงได้บ้าง ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและไม่รุนแรง เช่น: อาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม หรือรู้สึกแน่นท้อง ท้องเสีย […]

วิธีเลือกสบู่สำหรับเด็กและทารก ผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้อะไรดี? | ลัลลลิตาคลินิก

วิธีเลือกสบู่สำหรับเด็ก

โครงสร้างผิวของเด็กและทารกมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก โดยชั้นหนังกำพร้า (Stratum Corneum) จะมีความบางกว่า และสูญเสียความชุ่มชื้นออกจากผิว (TEWL) ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว หรือ “สบู่สำหรับเด็ก” จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างเกราะป้องกันผิวที่แข็งแรง เพื่อลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวแห้งลอก หรือผื่นระคายเคืองในอนาคต ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำแนะนำทางการแพทย์ในการเลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อยมาฝากกันค่ะ เช็กลิสต์: เลือกสบู่สำหรับเด็กอย่างไร ให้เป็นมิตรกับผิว? อ้างอิงจากแนวทางการดูแลผิวทารกและเด็ก (ข้อมูลจากฐานข้อมูลทางการแพทย์ PubMed) คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตส่วนประกอบบนฉลากผลิตภัณฑ์ ดังนี้: 1. เลือกผลิตภัณฑ์กลุ่ม Syndet (Synthetic Detergent) แทนสบู่ก้อนทั่วไป สบู่ก้อนแบบดั้งเดิม (Traditional soaps) มักมีความเป็นด่างสูง ซึ่งอาจทำลายไขมันตามธรรมชาติบนผิวเด็ก แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกลุ่ม Syndet ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ที่ออกแบบมาให้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้โดยไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิว 2. มีค่า pH ที่เหมาะสม (pH-Balanced) ผิวที่มีสุขภาพดีจะมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ (pH ประมาณ 5.5) เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรค ควรเลือกสบู่ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิวเด็ก (pH […]

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อใช้ Tirzepatide หรือ Semaglutide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก | ลัลลลิตาคลินิก

ปากกาลดน้ำหนัก lullalitaclinic

การดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักในปัจจุบัน มีนวัตกรรมทางการแพทย์เข้ามาเป็นตัวช่วยเพื่อให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่ม (GLP-1 และ Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonists) อย่าง Semaglutide (เซมากลูไทด์) และ Tirzepatide (เทอร์เซพาไทด์) ยาทางการแพทย์เหล่านี้มีกลไกช่วยลดความอยากอาหารและชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตาม “ยาเป็นเพียงตัวช่วยเบื้องต้น” หัวใจสำคัญที่จะทำให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพและรักษาผลลัพธ์ได้อย่างยั่งยืน คือการดูแลและควบคุมตัวเองระหว่างการใช้ย่และหลังจากหยุดใช้ยา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องทางการแพทย์มาฝากกันครับ 1. ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร (Eating Habits) เนื่องจากตัวยาจะทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้นและรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น การปรับวิธีการทานจึงสำคัญมากเพื่อลดอาการข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ หรือพะอืดพะอม ทานมื้อเล็กลง แต่บ่อยขึ้น: แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ ในระหว่างวัน แทนการทานมื้อใหญ่ทีเดียว เคี้ยวให้ละเอียด ทานให้ช้าลง: เมื่อเริ่มรู้สึก “อิ่ม” ควรหยุดทานทันที ไม่ควรฝืนทานจนหมดเพราะจะทำให้จุกแน่นท้อง หลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน และรสจัด: อาหารที่มีไขมันสูงจะย่อยยากและอยู่ในกระเพาะนานยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ 2. โภชนาการต้องถึง เน้น “โปรตีนและกากใย” เมื่อความอยากอาหารลดลง ร่างกายอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ […]

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้ผื่นเห่อ? แนะนำ “กีฬา” ที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง | ลัลลลิตาคลินิก

การออกกำลังกาย ภูมิแพ้ผิวหนัง ลัลลลิตาคลินิก

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นของ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้อรัง มักจะพบกับอุปสรรคสำคัญคือ “เหงื่อและความร้อน” ที่ทำให้เกิดอาการคันยุบยิบ แสบแดง และผื่นกำเริบขึ้นมาจนหลายคนถอดใจจากการเล่นกีฬา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับการเลือกประเภทกีฬาและการดูแลผิว เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีความสุขและลดโอกาสการระคายเคือง ทำไมเหงื่อถึงทำให้ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ? ในผู้ที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โครงสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) จะอ่อนแอกว่าปกติ เมื่อร่างกายมีความร้อนและหลั่งเหงื่อออกมา แร่ธาตุบางชนิดในเหงื่อจะเข้าไปกระตุ้นปลายประสาทบริเวณผิวหนังที่กำลังอักเสบ ทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ความร้อนยังทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งส่งผลให้รอยแดงและการอักเสบดูชัดเจนขึ้น กีฬาประเภทไหนที่ “ตอบโจทย์” ผู้ป่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง? อ้างอิงจากงานวิจัยและคำแนะนำของแพทย์ผิวหนัง กีฬาที่เหมาะสมควรเป็นกีฬาที่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้ดี หรือมีการระบายอากาศที่เหมาะสม ได้แก่: 1. กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ หรือ แอโรบิกในน้ำ) ข้อดี: น้ำจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้เหงื่อไม่ออกมาก และลดอาการคันยุบยิบระหว่างออกกำลังกายได้ดีเยี่ยม ข้อควรระวัง: คลอรีนในสระว่ายน้ำอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ดังนั้น หลังว่ายน้ำเสร็จต้องรีบอาบน้ำล้างตัวทันที และทาสารให้ความชุ่มชื้น (Moisturizer) ทั่วตัวภายใน 3 นาทีหลังเช็ดตัวหมาดๆ 2. กีฬาในร่มที่มีการปรับอากาศ […]

Program XERF แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นอย่างไร?

XERF-lullalita-clinic https://www.lullalitaskin.com/wp-content/uploads/2026/05/XERF-lullalita-clinic.png

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาผิว ลัลลลิตาคลินิกขอสรุปข้อแตกต่างเบื้องต้น ดังนี้: Program รูปแบบพลังงาน จุดเด่น บริเวณที่เน้น XERF Dual-Frequency Monopolar RF (6.78 MHz และ 2  MHz) เน้นความสบาย (Comfort) และการปล่อย 2 ความถี่พร้อมกันเพื่อความครอบคลุมทุกชั้นผิวถึง SMAS  งานผิวแน่น กระชับรูขุมขน และยกกระชับใบหน้า และงานผิวคุณภาพดี (Skin Quality) Thermage Monopolar RF (6.78 MHz) มาตรฐานดั้งเดิมในการกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันแก้ม ผิวหย่อนคล้อย มีไขมันสะสมบนใบหน้า Oligio Monopolar RF (6.78 MHz) เน้นงานผิวละเอียด ปรับความเรียบเนียนและความยืดหยุ่น ริ้วรอยเล็กๆ และงานผิวคุณภาพดี (Skin Quality) Ulthera Micro-Focused Ultrasound with Visualization ส่งพลังงานเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กไปยังชั้น SMAS โดยเฉพาะ […]

ทำความรู้จักตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก: Tirzepatide ต่างจาก Semaglutide อย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

www.lullalitaskin.com/tirzepatide-vs-semaglutide

ปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน เป็นสิ่งที่หลายท่านพยายามแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการออกกำลังกาย แต่ในบางครั้ง ร่างกายอาจต้องการตัวช่วยทางการแพทย์เพื่อช่วยให้การปรับพฤติกรรมทำได้ง่ายและยั่งยืนขึ้น ปัจจุบัน นวัตกรรมกลุ่ม “ยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมนอิ่ม” ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแพทย์ โดยมีตัวยาสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ Semaglutide และนวัตกรรมใหม่อย่าง Tirzepatide หลายท่านอาจสงสัยว่าตัวยาทั้งสองชนิดนี้มีกลไกการทำงานต่างกันอย่างไร? วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเข้ารับการปรึกษา 1. Semaglutide: ตัวช่วยคลาสสิก กลไกฮอร์โมนเดี่ยว (GLP-1 Receptor Agonist) Semaglutide (เซมากลูไทด์) เป็นตัวยาที่ได้รับการศึกษาวิจัยและใช้ในวงการแพทย์มาอย่างยาวนาน โดยมีกลไกการออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ลำไส้หลั่งออกมาตามธรรมชาติหลังมื้ออาหาร กลไกการทำงาน: ตัวยาจะส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนควบคุมความอยากอาหาร ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ลดความหิวจุกจิก และช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น (อิ่มนานขึ้น) จุดเด่น: มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวที่ชัดเจน และเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในการช่วยปรับพฤติกรรมการทานอาหาร 2. Tirzepatide: กลไกฮอร์โมนคู่ (Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonist) Tirzepatide (เทอร์เซพาไทด์) ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมา โดยออกแบบให้สามารถออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มได้ถึง […]

ดูแลผิวให้แลดูกระชับและอิ่มฟู ด้วย Program EXION

EXION ที่ Lullalita Clinic

ดูแลผิวให้แลดูกระชับและอิ่มฟู ด้วย Program EXION ที่ Lullalita Clinic เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) ตามธรรมชาติของผิวจะเริ่มลดลง ส่งผลให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และดูไม่สดใส ปัจจุบันเครื่องมือต่างๆได้เพื่อช่วยดูแลโครงสร้างผิวให้กลับมาแลดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจและได้รับการพูดถึงในวงการแพทย์ผิวหนังคือ EXION™ Program EXION คืออะไร? Program EXION (โดย BTL Aesthetics) คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการดูแลผิวที่ผสานพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Monopolar RF) เข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น คลื่นอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Ultrasound) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่หลากหลาย ทั้งเรื่องความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความไม่เรียบเนียน โดยครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้าและผิวกาย จุดเด่นและประโยชน์ของโปรแกรม EXION (Key Benefits) โปรแกรม EXION มีหัวเครื่องมือ (Applicators) ที่ทำงานแตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ดังนี้: 1. โปรแกรม EXION […]

ระวัง! “กลากดื้อยา” ภัยเงียบจากเชื้อราที่ผิวหนัง ทำไมทายาแล้วอาการไม่ดีขึ้น?

ระวัง! "กลากดื้อยา" ภัยเงียบจากเชื้อราที่ผิวหนัง ทำไมทายาแล้วอาการไม่ดีขึ้น?

“โรคกลาก” (Ringworm หรือ Dermatophytosis) เป็นปัญหาการติดเชื้อราที่ผิวหนังที่พบได้บ่อยในประเทศเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย อาการเริ่มต้นมักเป็นผื่นแดง คัน มีขุย และมักลามออกเป็นวงกว้าง คล้ายรูปเหรียญหรือวงแหวน แม้ดูเหมือนเป็นโรคผิวหนังทั่วไปที่รักษาได้ไม่ยาก แต่ในปัจจุบัน วงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลกกำลังเฝ้าระวังปัญหาใหม่ที่รุนแรงขึ้น นั่นคือภาวะ “กลากดื้อยา” (Drug-Resistant Dermatophytosis) โรคกลากดื้อยา คืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร? จากข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ล่าสุด (อ้างอิงจาก PubMed และ Cochrane Database) พบว่าอุบัติการณ์ของการติดเชื้อราดื้อยา โดยเฉพาะสายพันธุ์ Trichophyton indotineae มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เชื้อรากลุ่มนี้จะดื้อต่อยาทาหรือยารับประทานฆ่าเชื้อรากลุ่มเดิมๆ (เช่น ยา Terbinafine) ทำให้การรักษาแบบมาตรฐานไม่ได้ผล ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดภาวะกลากดื้อยาในปัจจุบัน ได้แก่: การซื้อยามาทาเองโดยไม่ได้ตรวจวินิจฉัย: โดยเฉพาะ “ยาสูตรผสม” ที่มีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ (Steroids) ยาฆ่าเชื้อรา และยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียในหลอดเดียว สเตียรอยด์จะไปกดภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ทำให้ผื่นดูเหมือนยุบลงในตอนแรก แต่เชื้อราจะลุกลาม ฝังลึก และกลายพันธุ์จนดื้อยาในที่สุด การทายาหรือทานยาไม่ครบโดส: เมื่ออาการคันลดลง ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังมักจะหยุดยาเองก่อนกำหนด ทำให้เชื้อราตายไม่หมดและกลับมาเป็นซ้ำได้ วิธีสังเกตเบื้องต้น: […]

ทางเลือกในการดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ด้วยยาฉีดชีวโมเลกุล (Biologics)

Dupilumab

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นภาวะผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจอย่างมาก ทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และเด็กเล็ก อาการคันรุนแรง ผื่นแดง และผิวแห้งลอก ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความมั่นใจ แต่ยังรบกวนการนอนหลับและคุณภาพชีวิตประจำวัน ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงโครงสร้างผิวและระบบภูมิคุ้มกันในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ การวางแผนดูแลผิวจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ นอกจากการดูแลพื้นฐานแล้ว ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาด้วย “ยาฉีดชีวโมเลกุล” (Biologic agent) ชนิด Dupilumab เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง ทำความรู้จัก Dupilumab และกลไกการออกฤทธิ์ ยาฉีดชีวโมเลกุล Dupilumab เป็นยาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อออกฤทธิ์อย่างจำเพาะเจาะจงต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยไม่ได้เป็นการกดภูมิคุ้มกันโดยรวมของร่างกาย กลไกหลักคือการเข้าไปยับยั้งโปรตีนที่เป็นตัวกลางก่อให้เกิดการอักเสบ (Interleukin-4 และ Interleukin-13) เมื่อสารสื่อการอักเสบเหล่านี้ถูกควบคุม อาการอักเสบ รอยแดง และอาการคันตามผิวหนังจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้วงจรการ “คันแล้วเกา” ลดลง และช่วยเปิดโอกาสให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ได้ฟื้นฟูสภาพให้กลับมาแข็งแรงขึ้น ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจพบ การใช้ยาฉีด Dupilumab จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การประเมินและการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง ผลข้างเคียงที่อาจพบได้มักเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่และอาการที่ไม่รุนแรง ได้แก่: ปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีดยา: อาจมีอาการบวม รอยแดง หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักจะค่อยๆ […]