ลัลลลิตาคลินิก ผิวหนัง ความงาม โรคเด็กและวัคซีน

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยวิธีสะกิด (Skin Prick Test)? | ลัลลลิตาคลินิก

Skin prick test

สำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้อากาศ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือสงสัยว่าตนเองแพ้อาหาร การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Skin Prick Test (SPT) ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยค้นหาสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นตัวการก่อโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ปฏิกิริยาบนผิวหนังแสดงผลออกมาได้อย่างถูกต้องที่สุด ไม่เกิดผลลบปลอม จากฤทธิ์ยาที่ตกค้างในร่างกาย การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการทดสอบจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อปฏิบัติมาเป็นเช็กลิสต์ให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ เช็กลิสต์การเตรียมตัวก่อนตรวจ Skin Prick Test การเตรียมตัวที่ถูกต้องมีดังนี้ค่ะ: 1. งดยาแก้แพ้ (Antihistamines) ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน นี่คือกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดค่ะ! ยาแก้แพ้แบบรับประทานจะเข้าไปกดปฏิกิริยาการตอบสนองของผิวหนัง หากไม่งดยา ผิวหนังจะไม่เกิดรอยนูนแดงแม้ว่าคุณจะแพ้สารนั้นจริงๆ ก็ตาม ยาแก้แพ้กลุ่มง่วงและไม่ง่วง (เช่น Bilastine, Cetirizine, Loratadine, Fexofenadine, Chlorpheniramine): ควรงดอย่างน้อย 7 วันก่อนวันตรวจ หากมีอาการแพ้รุนแรงระหว่างช่วงที่งดยา แนะนำให้รีบติดต่อแพทย์เพื่อประเมินอาการค่ะ 2. งดทายากลุ่มสเตียรอยด์บริเวณที่จะทดสอบ ยาครีมหรือยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบและกดภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง ซึ่งจะส่งผลต่อความแม่นยำของการทดสอบ ควรงดทายากลุ่มนี้บริเวณท้องแขนหรือแผ่นหลัง (ตำแหน่งที่ใช้ทดสอบ) […]

ลูกเป็นผื่น หาหมอไหนดี? ทำความรู้จัก “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” ต่างจากหมอเด็กและหมอผิวหนังทั่วไปอย่างไร | ลัลลลิตาคลินิก

ผิวหนังเด็ก

เมื่อลูกน้อยมีปัญหาผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นผื่นแดงเรื้อรัง ตุ่มน้ำ ปานแดง หรือผิวแห้งลอก คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักจะสงสัยคือ “ควรพาลูกไปหาหมอเด็ก (กุมารแพทย์) หรือไปหาหมอผิวหนัง (ตจแพทย์) ดี?” แล้ว “หมอเฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” มีอยู่มั๊ย ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผิวของเด็ก โดยเฉพาะทารกแรกเกิด ไม่ใช่แค่ “ผิวผู้ใหญ่ที่ย่อส่วนลงมา” นะคะ โครงสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ มีความบอบบางกว่า และมีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อน้ำหนักตัวที่สูงกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อการดูดซึมยาทาต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยตรง ในทางการแพทย์จึงมีสาขาความเชี่ยวชาญพิเศษที่เรียกว่า “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” (Pediatric Dermatologist) เพื่อตอบโจทย์ความละเอียดอ่อนนี้โดยเฉพาะค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับคุณหมอด้านนี้กันค่ะ ว่ากว่าจะมาเป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเด็กต้องผ่านการศึกษาอย่างไร และมีความแตกต่างจากสาขาอื่นอย่างไรบ้าง เส้นทางการศึกษา: กว่าจะเป็น “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” ต้องใช้เวลากี่ปี? การจะเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็กได้นั้น ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและระยะเวลาในการศึกษา รวมถึงการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกที่ยาวนานมากกว่า 10 ปีเลยทีเดียวค่ะ โดยมีเส้นทางมาตรฐานดังนี้: แพทยศาสตรบัณฑิต (หมอทั่วไป): ใช้เวลาเรียน 6 ปี แพทย์ประจำบ้าน […]

ปานแดงในเด็กแบบไหน อันตราย? สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพามาพบกุมารแพทย์ผิวหนังเด็ก | ลัลลลิตาคลินิก

ปานแดงในเด็ก

เมื่อลูกน้อยแรกเกิดหรือในช่วงสัปดาห์แรกๆ มีตุ่มแดงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รีปรากฏขึ้นบนผิวหนัง คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักจะตกใจและกังวลใจอย่างมาก ในทางการแพทย์ผิวหนังเด็ก เราเรียกภาวะนี้ว่า “เนื้องอกหลอดเลือดในเด็ก” ค่ะ ข่าวดีคือ เนื้องอกหลอดเลือดส่วนใหญ่มักไม่มีอันตราย และสามารถ “ค่อยๆ ยุบตัวลงได้เอง” เมื่อเด็กโตขึ้น แต่ก็มีเนื้องอกหลอดเลือดบางกลุ่มที่อยู่ใน “ตำแหน่งอันตราย” หรือมี “ภาวะแทรกซ้อน” ที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามใช้คำว่า “รอดูอาการ” หรือ “รอให้ยุบเอง” เด็ดขาดค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มาสรุปเป็นสัญญาณเตือน (Red Flags) เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีค่ะ 5 สัญญาณเตือนของปานแดง (เนื้องอกหลอดเลือด) ที่ต้องรีบพบแพทย์ หากเนื้องอกหลอดเลือดของลูกน้อยมีลักษณะหรืออยู่ในตำแหน่งดังต่อไปนี้ ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังโดยเร็วที่สุดค่ะ: 1. เนื้องอกหลอดเลือดอยู่บริเวณ “รอบดวงตา” นี่คือตำแหน่งที่ต้องระวังมากที่สุดค่ะ หากก้อนเนื้อโตขึ้นจนไปเบียดลูกตา หรือบดบังการมองเห็นแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เด็กเกิดภาวะสายตาเอียง หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็น “โรคตาขี้เกียจ” และสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ หากพบที่เปลือกตาหรือหัวตา ต้องรีบประเมินการรักษาทันทีค่ะ 2. เนื้องอกหลอดเลือดบริเวณ “กราม คาง ลำคอ” ก้อนเนื้อที่กระจายตัวอยู่บริเวณคาง ขากรรไกร หรือลำคอ […]

คลินิกรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ดูแลอย่างเข้าใจ| ลัลลลิตาคลินิก

Atopic dermatitis

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis หรือ AD) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาการผิวแห้งสาก คันยุบยิบ และผื่นแดงที่กำเริบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว แต่ยังบั่นทอนคุณภาพชีวิต การนอนหลับ และความมั่นใจในการเข้าสังคมอย่างมาก ในทางการแพทย์ผิวหนังปัจจุบัน แนวทางการดูแลโรคนี้ได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การทายาแก้คันแล้วค่ะ ที่ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีแพทย์เฉพาะทางด้านโรคผิวหนังเด็กและผิวหนังผู้ใหญ่ พญ.นิอร บุญเผื่อน ที่เชี่ยวชาญในด้านโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโดยเฉพาะ มาให้การตรวจรักษาค่ะ โดยมีคุณหมอมีแนวทางการดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง จากประสบการณ์และการอัปเดตความรู้อย่างสม่ำเสมอ แนวทางการดูแลรักษาที่ ลัลลลิตาคลินิก จากประสบการณ์ของแพทย์เฉพาะทาง การดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังให้สงบในระยะยาว ต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องและการดูแลอย่างเป็นระบบ พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังประจำลัลลลิตาคลินิก มีประสบการณ์ในการดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมากกว่า 15 ปี  ทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รวมถึงเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องโรคผิวหนังในงานประชุมวิชาการสำหรับแพทย์ นอกจากนี้คุณหมอได้ผ่านการอบรมมาตรฐานการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง The GA²LEN ADCARE Allergy School on Atopic Dermatitis ซึ่งจัดโดยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้และหอบหืดระดับโลก เพื่อนำแนวทางการรักษาที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หัวใจสำคัญของการดูแลผิวที่ลัลลลิตาคลินิก ประกอบด้วย: คุณหมอมุ่งเน้นเรื่องการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง แม่นยำ คุณหมอให้เวลาในการพูดคุย […]

เป็นกลากดูแลตัวเองอย่างไร? เช็กลิสต์สิ่งที่ควรทำและควรเลี่ยง| ลัลลลิตาคลินิก

กลาก

โรคกลากเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ลำตัว หนังศีรษะ หรือซอกพับต่างๆ อาการเด่นชัดคือ มักมีผื่นแดงลักษณะเป็นวงขอบค่อนข้างชัดเจน มีสะเก็ดลอก และมีอาการคันรบกวนใจ หลายท่านเมื่อเริ่มมีอาการ มักเกิดความสับสนในการดูแลตนเอง หรือบางครั้งเผลอทำพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เชื้อราลุกลามโดยไม่รู้ตัว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์มาสรุปเป็นเช็กลิสต์ “สิ่งที่ควรทำ (Dos)” และ “สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’ts)” เพื่อให้คุณดูแลผิวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ ✅ สิ่งที่ควรทำเมื่อเป็นโรคกลาก (Dos) รักษาความสะอาดและความแห้งสบายของผิว: เชื้อรากลุ่มนี้จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ดังนั้น หลังอาบน้ำหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก ควรซับผิวให้แห้งสนิทด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดทันทีค่ะ แยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย: งานวิจัยระบุว่าเชื้อราสามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน จึงควรแยกผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า กรรไกรตัดเล็บ และหวี ไม่ใช้ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวค่ะ ซักเสื้อผ้าด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม: แนะนำให้ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัวด้วยน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส) และตากแดดให้แห้งสนิท เพื่อช่วยลดปริมาณสปอร์ของเชื้อราที่อาจตกค้างอยู่บนเส้นใยผ้าค่ะ ทายาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง: การใช้ยาทาฆ่าเชื้อราควรทาเลยขอบผื่นออกไป 2-3 เซนติเมตร และหัวใจสำคัญคือ “ต้องทาอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด” แม้ว่าผื่นภายนอกจะดูเนียนหายดีแล้วก็ตาม […]

เป็น “โรคเริม” ซ้ำซากจนท้อ! เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มทานยาแบบป้องกัน?| ลัลลลิตาคลินิก

เริม

โรคเริม (Herpes Simplex) เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ทั้งบริเวณริมฝีปาก (เริมที่ปาก) และอวัยวะเพศ อาการเด่นชัดคือมีตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่ม มีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวด แม้ว่าตุ่มน้ำเหล่านี้จะสามารถแห้งและตกสะเก็ดหายไปได้เองในเวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ความน่ากังวลของโรคเริมคือ “การกลับมาเป็นซ้ำ” ค่ะ หลายท่านอาจมีอาการเริมกำเริบปีละ 1-2 ครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายอ่อนแอลงชั่วคราว แต่สำหรับบางท่านที่โรคเริมกำเริบบ่อยมากจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความมั่นใจ และหน้าที่การงาน ในทางการแพทย์ผิวหนังจะมีแนวทางการดูแลที่เรียกว่า “การทานยาต้านไวรัสแบบป้องกัน” (Suppressive Therapy) ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีคำถามสำคัญว่าเมื่อไหร่ที่เราควรปรึกษาแพทย์เพื่อเริ่มทานยาแบบป้องกันกันค่ะ ทำไมโรคเริมถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ? ก่อนอื่นต้องเข้าใจธรรมชาติของเชื้อไวรัสเริม (HSV) ก่อนค่ะ เมื่อเราติดเชื้อครั้งแรกและอาการที่ผิวหนังหายไปแล้ว เชื้อไวรัสจะไม่ได้หายไปจากร่างกาย แต่จะเดินทางไป “หลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท” อย่างสงบ เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีปัจจัยมากระตุ้น เช่น พักผ่อนน้อย เครียดสะสม ช่วงมีประจำเดือน หรือตากแดดจัด ภูมิคุ้มกันที่ลดลงชั่วคราวจะทำให้ไวรัสที่ซ่อนอยู่ตื่นตัวและกลับมาก่อให้เกิดตุ่มน้ำใสที่ผิวหนังซ้ำอีกครั้งค่ะ เมื่อไหร่ที่ควรพิจารณาทานยาแบบป้องกัน? การทานยาแบบป้องกัน คือการทานยาต้านไวรัสในขนาดต่ำๆ ติดต่อกันเป็นประจำทุกวัน (มักใช้เวลา 6-12 เดือนตามแพทย์ประเมิน) เพื่อกดไม่ให้ไวรัสแบ่งตัวและแสดงอาการ […]

ลูกผมร่วงเป็นหย่อม คันศีรษะลอกเป็นขุย! รับมือ “กลากที่หนังศีรษะ” | ลัลลลิตาคลินิก

กลากที่หนังศีรษะ

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการคันศีรษะอย่างรุนแรง มีรังแคหรือสะเก็ดลอกเป็นขุยหนา และที่สำคัญคือ “ผมร่วงเป็นหย่อมๆ” หรือบางครั้งเห็นเป็นจุดดำๆ เล็กๆ ที่รากผม (Black dot) อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหารังแคธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อราที่เรียกว่า “กลากที่หนังศีรษะ”  หรือที่คนไทยสมัยก่อนเรียกว่า “ชันนะตุ” ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจโรคนี้อย่างเจาะลึก เพื่อให้ครอบครัวสามารถป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ กลากที่หนังศีรษะ มักพบในวัยไหนและเกิดจากอะไร? โรคกลากที่หนังศีรษะ เกิดจากการติดเชื้อราซึ่งสามารถลุกลามเข้าไปทำลายเส้นผมถึงระดับรากผมได้ค่ะ ช่วงอายุที่พบบ่อย: โรคนี้พบได้บ่อยที่สุดใน เด็กวัยก่อนเรียนจนถึงวัยเรียน (อายุประมาณ 3-14 ปี) เนื่องจากเป็นวัยที่มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ มาก และระบบภูมิคุ้มกันที่หนังศีรษะอาจยังต้านทานเชื้อราได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ค่ะ (ส่วนในผู้ใหญ่มักพบได้น้อยกว่า แต่อาจพบได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อค่ะ) ปัจจัยเสี่ยงและการติดต่อ: เชื้อรานี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่าน “การสัมผัส” ค่ะ เช่น การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี หมวก กิ๊บติดผม ปลอกหมอน หรือผ้าเช็ดตัว การคลุกคลีหรืออุ้มสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อรา (โดยเฉพาะแมวและสุนัข) สภาพแวดล้อมที่อับชื้น เหงื่อออกมาก และการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ ทำไม […]

ลูกน้อยน้ำลายเยอะจนรอบปากแดง! วิธีรับมือ “ผื่นน้ำลาย” (Drool Rash)| ลัลลลิตาคลินิก

Drool rash

สำหรับครอบครัวที่มีลูกน้อยในวัยกำลังเติบโต โดยเฉพาะในช่วงอายุ 3 ถึง 12 เดือน เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่มักจะสังเกตเห็นว่าลูกรักเริ่มมีน้ำลายไหลเยอะขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติเนื่องจากต่อมน้ำลายเริ่มพัฒนาเต็มที่และมีอาการคันเหงือกจากการเตรียมพร้อมสำหรับฟันซี่แรก (Teething) ค่ะ แต่สิ่งที่มักจะตามมาคู่กันก็คือ ผื่นแดง ผิวแห้งลอก หรือตุ่มน้ำใสๆ บริเวณรอบริมฝีปาก คาง และแก้ม จนทำให้ลูกน้อยงอแงเพราะความแสบคัน ในทางการแพทย์ผิวหนังเรียกภาวะนี้ว่า ผื่นผิวหนังอักเสบแบบการระคายเคืองจากน้ำลายค่ะ หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ “ผื่นน้ำลาย” (Drool Rash) นั่นเองค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) โดยพญ.นิอร จะพาทุกท่านมาเจาะลึกกลไกทางผิวหนังและเทคนิคการดูแลปกป้องผิวรอบปากของลูกรักอย่างปลอดภัยและอ่อนโยนที่สุดค่ะ ทำไมน้ำลายของลูกน้อยถึงทำให้เกิดผื่นแดงอักเสบ? น้ำลายของมนุษย์ไม่ได้มีเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น แต่ประกอบไปด้วย เอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร (เช่น Amylase และ Lipase) และมีสภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เป็นกลางถึงค่อนข้างเป็นด่างเล็กน้อย เมื่อผิวรอบปากของทารกซึ่งบอบบางและมีเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ต้องสัมผัสกับน้ำลายและเอนไซม์เหล่านี้เป็นระยะเวลานานร่วมกับความอับชื้น เอนไซม์จะเข้าไปย่อยสลายไขมันและโปรตีนตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวชั้นนอกสุด ส่งผลให้เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย เกิดการระคายเคือง แดง และอักเสบตามมา ยิ่งหากมีการเสียดสีจากการเช็ดถูบ่อยๆ ก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผื่นลุกลามได้ง่ายขึ้นค่ะ 4 เทคนิคดูแลผิวรอบปากเมื่อลูกน้อยมีน้ำลายเยอะ […]

หน้าแดงง่าย เป็น “โรซาเซีย” (Rosacea) แต่งหน้าได้ไหม? เช็กลิสต์ Do & Don’t พร้อมแนวทางการรักษา | ลัลลลิตาคลินิก

Rosacea

สำหรับผู้ที่มีปัญหา ผิวหน้าแดงอักเสบ หรือ โรซาเซีย (Rosacea) ผิวจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก มักมีอาการหน้าแดงง่าย มีเส้นเลือดฝอยขยายตัว หรือมีตุ่มแดงคล้ายสิว ทำให้การเลือกใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้นำข้อมูลอ้างอิงจากตำราแพทย์ผิวหนังวิทยา มาสรุปเป็นเช็กลิสต์ “สิ่งที่ควรทำ (Dos)” และ “สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’ts)” พร้อมอัปเดตแนวทางการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้คุณดูแลผิวได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจขึ้นค่ะ ✅ สิ่งที่อนุญาตและควรทำ (Dos for Rosacea Care) เลือกเครื่องสำอางเนื้อแมตต์ (Matte finish): แนะนำให้ใช้แป้งฝุ่นเนื้อแมตต์ และหากต้องการปกปิดรอยแดงบนใบหน้า “เบสสีเขียว” (Green-tinted) จะช่วยพรางรอยแดงได้ดีที่สุดค่ะ ลำดับการทาที่ถูกต้อง: ควรทายารักษาโรค (Topical medication) ก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยครีมกันแดด (SPF 20 ขึ้นไป) แล้วจึงค่อยลงเครื่องสำอาง เลือกสีเอิร์ธโทนสำหรับดวงตา: หากแต่งตา ควรใช้อายแชโดว์สีโทนอ่อน เช่น สีพีช, สีแทน หรือสีเขียวหม่นเนื้อแมตต์ ใช้มาสคาร่าสีดำ […]

รู้จัก Polynucleotide ตัวช่วยฟื้นฟูผิวจากระดับเซลล์ Program Vitaran เคล็ดลับผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ | ลัลลลิตาคลินิก

polynucleotides

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หรือต้องเผชิญกับมลภาวะและความเครียดสะสม โครงสร้างผิวของเราจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน มีริ้วรอยเล็กๆ และดูไม่สดใสเหมือนเคย ในปัจจุบัน วงการแพทย์ผิวหนังได้มีการนำเทคโนโลยีสารสกัดจากธรรมชาติมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation) ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยรองรับอย่างกว้างขวางคือ Polynucleotide (PN) หรือที่หลายท่านอาจรู้จักในชื่อของโปรแกรม Vitaran (ไวทารัน) ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาเจาะลึกกลไกการทำงานของโปรแกรม Vitaran ตามหลักฐานทางการแพทย์ ว่านวัตกรรมนี้ช่วยดูแลผิวของเราได้อย่างไรบ้างค่ะ Program Vitaran (Polynucleotide) คืออะไร? อ้างอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ Polynucleotide (PN) คือสายโพลีเมอร์ของนิวคลีโอไทด์ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จาก DNA ของปลาแซลมอน (Salmon DNA) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ (Biocompatibility) เมื่อนำมาใช้กับผิวหนัง จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ความชุ่มชื้นชั่วคราว แต่จะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ กลไกการฟื้นฟูผิวของ Program Vitaran ตามหลักวิทยาศาสตร์ การทำงานของ Polynucleotide มีกลไกหลักที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ: กระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์: PN จะเข้าไปจับกับตัวรับ (Receptor) ที่เซลล์ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้ตื่นตัวและกลับมาทำหน้าที่สร้าง […]

ใช้ “เปปไทด์ลดน้ำหนัก” อย่างไรให้ปลอดภัย? เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก

"เปปไทด์ลดน้ำหนัก" ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ในปัจจุบัน นวัตกรรมการดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักมีความก้าวหน้าไปมาก หนึ่งในวิธีที่กำลังได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์คือการใช้ “เปปไทด์ลดน้ำหนัก” ซึ่งในอดีตเราอาจคุ้นเคยกับฮอร์โมนเดี่ยวอย่าง GLP-1 แต่ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้พัฒนาก้าวไปอีกขั้นสู่ยุคของ “เปปไทด์ฮอร์โมนคู่ (Dual Agonist)” ที่ผสานประสิทธิภาพของทั้ง GLP-1 และ GIP เข้าด้วยกันค่ะ แม้ว่านวัตกรรมนี้จะมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพในการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร แต่การนำมาใช้โดยขาดความเข้าใจ หรือซื้อมาใช้เองโดยพลการ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ มาสรุปให้ฟังกันอย่างละเอียดค่ะ กลไกการทำงานของเปปไทด์คู่ GLP-1 และ GIP คืออะไร? เปปไทด์ควบคุมน้ำหนักรุ่นใหม่ล่าสุด จัดเป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ 2 ชนิด ซึ่งหลั่งออกมาจากทางเดินอาหารหลังมื้ออาหาร โดยทำงานส่งเสริมกันและกัน (Synergistic Effect) ดังนี้ค่ะ: GLP-1 (Glucagon-like peptide-1): มีหน้าที่หลักในการส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนควบคุมความหิว เพื่อบอกร่างกายว่า “อิ่มแล้ว” ช่วยลดความอยากอาหาร และช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น เราจึงรู้สึกอิ่มแน่นได้ยาวนานขึ้น GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide): ฮอร์โมนตัวนี้เมื่อทำงานร่วมกับ GLP-1 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดียิ่งขึ้น ช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญไขมันในร่างกาย […]

สิวเห่อหนัก ควร “พักผิว” จากการแต่งหน้าหรือไม่? เจาะลึกเหตุผลทางการแพทย์ที่คนเป็นสิวต้องรู้ | ลัลลลิตาคลินิก

สิวเห่อหนัก ควร "พักผิว"

เมื่อเกิดภาวะ “สิวเห่อ” หรือมีสิวอักเสบและสิวอุดตันขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สัญชาตญาณแรกของหลายคนคือการหยิบรองพื้น BB หรือ CC ครีม มาปกปิดเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แต่ในทางกลับกัน การปกปิดที่หนาแน่นเกินไปในช่วงที่ผิวอ่อนแอ อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สิวรักษายากขึ้น ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจกลไกทางผิวหนังว่า ทำไมการ “พักผิว” จากเครื่องสำอางกลุ่มปกปิด จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากปัญหาสิวเรื้อรังค่ะ ทำไมช่วงสิวเห่อหนัก จึงควรพักผิวจากการแต่งหน้า? การใช้เครื่องสำอางที่มีความปกปิดสูงในขณะที่เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) กำลังอ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อกลไกการเกิดสิวใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ค่ะ: 1. เกิดปรากฏการณ์ปิดกั้นรูขุมขน (Occlusion Effect) รองพื้นและคอนซีลเลอร์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ยึดเกาะผิวได้ดี จึงมักมีส่วนผสมของซิลิโคน (Silicones) หรือน้ำมัน สารเหล่านี้จะสร้างฟิล์มเคลือบผิวไว้ ทำให้ต่อมไขมันไม่สามารถระบายน้ำมัน (Sebum) ออกมาตามธรรมชาติได้ สิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงตกค้างและเพิ่มจำนวนสิวอุดตัน (Comedones) ได้อย่างรวดเร็ว 2. สร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียชื่นชอบ (Anaerobic Environment) เมื่อรูขุมขนถูกเคลือบปิดจนทึบ จะเกิดสภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจน ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อแบคทีเรีย C. acnes (ต้นเหตุของการเกิดสิว) […]