Lallita Clinic, skin, beauty, children's diseases and vaccines

ออกกำลังกายอย่างไรให้ปัง? เมื่อใช้ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก

ออกกำลังกายอย่างไรให้ปัง-เมื่อใช้ตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก

การใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ หรือกลุ่มยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมน เพื่อเป็น “ตัวช่วย” ในการควบคุมน้ำหนัก ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีส่วนช่วยในการลดความอยากอาหารและปรับพฤติกรรมการทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า การน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วนั้น ร่างกายมักจะสูญเสีย “มวลกล้ามเนื้อ” (Muscle Mass) ไปพร้อมกับไขมันด้วย การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษากล้ามเนื้อ ป้องกันความหย่อนคล้อย และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีในระยะยาว  ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมมาแนะนำกันค่ะ

ทำไมมวลกล้ามเนื้อถึงสำคัญ เมื่อควบคุมน้ำหนัก?

กล้ามเนื้อเปรียบเสมือน “เตาเผาพลังงาน” ของร่างกาย ยิ่งมีมวลกล้ามเนื้อมาก ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น หากเราควบคุมอาหารหรือใช้ตัวช่วยทางการแพทย์โดยไม่ออกกำลังกายเลย กล้ามเนื้อที่หายไปจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักกลับมาขึ้นได้อีก เมื่อหยุดรับบริการ

3 รูปแบบการออกกำลังกายที่ “ต้องทำ” ควบคู่กับการคุมน้ำหนัก

อ้างอิงจากแนวทางเวชปฏิบัติและการศึกษาทางคลินิก การออกกำลังกายที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดควรทำควบคู่กัน ดังนี้:

1. เวทเทรนนิ่ง (Resistance / Strength Training)

  • ประโยชน์: เป็นการออกกำลังกายที่ “สำคัญที่สุด” สำหรับผู้ที่อยู่ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก เพราะช่วยสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ ป้องกันความหย่อนคล้อยของสัดส่วนเมื่อไขมันหายไป

  • วิธีปฏิบัติ: แนะนำให้ทำ 2-3 วันต่อสัปดาห์ เช่น การยกน้ำหนัก (Weightlifting), การใช้น้ำหนักตัว (Bodyweight) เช่น สควอท วิดพื้น หรือการเล่นพิลาทิส (Pilates)

2. คาร์ดิโอ (Aerobic Exercise)

  • ประโยชน์: ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด และมีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย

  • วิธีปฏิบัติ: แนะนำให้ทำประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ (หรือวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์) เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิก โดยแนะนำให้ทำในระดับที่รู้สึกเหนื่อยพอประมาณ (ยังพอพูดคุยเป็นประโยคได้)

3. การยืดเหยียด (Flexibility & Balance)

  • ประโยชน์: ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย เพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ

  • วิธีปฏิบัติ: โยคะ (Yoga) หรือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching) ประมาณ 10-15 นาที หลังการออกกำลังกายทุกครั้ง

ข้อควรระวังเพิ่มเติมจากแพทย์

  • โภชนาการต้องถึง: เมื่อทานอาหารได้น้อยลง ต้องเน้นทาน “โปรตีน” ให้เพียงพอ เพื่อนำไปซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การรับบริการควบคุมน้ำหนักอาจทำให้ความรู้สึกกระหายน้ำลดลง จึงควรจิบน้ำบ่อยๆ ระหว่างออกกำลังกายเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

  • ค่อยเป็นค่อยไป: หากเพิ่งเริ่มต้น ไม่ควรหักโหมจนเกินไป ให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวเพื่อลดอาการคลื่นไส้หรือวิงเวียนศีรษะ

ดูแลรูปร่างอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ที่ ลัลลลิตาคลินิก การดูแลรูปร่างที่ถูกต้องควรทำอย่างเป็นระบบและอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ที่ ลัลลลิตาคลินิก เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงสร้างร่างกายและปรับพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ทุกการรับบริการจะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย วางแผนการรับบริการอย่างเหมาะสม และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดโปรแกรม

  • ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเท่านั้น

  • ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

  • การใช้ยาทางการแพทย์เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายและติดตามประเมินอาการโดยแพทย์

💬 ปรึกษาโปรแกรมดูแลรูปร่าง ควบคุมน้ำหนัก หรือนัดหมายเพื่อรับการประเมินโดยแพทย์ ได้ที่: 🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)

📞 Tel: 086-353-4562

📱 Line OA: @lullalitaclinic

Share this post.
Facebook
Twitter
LinkedIn