Lallita Clinic, skin, beauty, children's diseases and vaccines

อาหารที่เหมาะสมเมื่อใช้เปปไทด์ช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก

อาหารเมื่อลดน้ำหนัก

การเลือกใช้กลุ่มยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมน เพื่อเป็น “ตัวช่วย” ในการควบคุมน้ำหนัก ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยปรับพฤติกรรมการทานและลดความอยากอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลายท่านอาจมีข้อสงสัยว่า เมื่อเรารู้สึกหิวน้อยลงแล้ว เราควรรับประทานอาหารปริมาณเท่าใด? และต้องนับแคลอรี (Calorie) อย่างไรเพื่อไม่ให้ร่างกายทรุดโทรม ข้อมูลจากงานวิจัยและแนวทางเวชปฏิบัติทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า “โภชนาการที่ถูกต้อง” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกถึงหลักการกำหนดพลังงานและสารอาหารที่เหมาะสมกันค่ะ จำนวนแคลอรี (Calorie) ที่เหมาะสม ควรเป็นเท่าไหร่? แม้ว่าตัวช่วยทางการแพทย์จะทำให้ความอยากอาหารลดลง แต่การ “อดอาหาร” หรือทานน้อยจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญระยะยาวได้ หลักการกำหนดพลังงานที่เหมาะสม มีดังนี้ครับ: สร้างความสมดุลแบบติดลบ (Caloric Deficit): การลดน้ำหนักอย่างมีคุณภาพ ควรลดปริมาณแคลอรีให้น้อยกว่าที่ร่างกายเผาผลาญ (TDEE) โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ลดลงประมาณ 500 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักค่อยๆ ลดลงในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเครียด ปริมาณแคลอรีขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการ: ไม่ควรทานอาหารน้อยกว่าค่าอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) ของตนเอง โดยทั่วไปสำหรับผู้หญิง ไม่ควรทานต่ำกว่า 1,200 กิโลแคลอรีต่อวัน และสำหรับผู้ชาย ไม่ควรต่ำกว่า 1,500 กิโลแคลอรีต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอสำหรับการทำงานของอวัยวะที่สำคัญ […]

ออกกำลังกายอย่างไรให้ปัง? เมื่อใช้ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก

ออกกำลังกายอย่างไรให้ปัง-เมื่อใช้ตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก

การใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ หรือกลุ่มยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมน เพื่อเป็น “ตัวช่วย” ในการควบคุมน้ำหนัก ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีส่วนช่วยในการลดความอยากอาหารและปรับพฤติกรรมการทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า การน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วนั้น ร่างกายมักจะสูญเสีย “มวลกล้ามเนื้อ” (Muscle Mass) ไปพร้อมกับไขมันด้วย การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษากล้ามเนื้อ ป้องกันความหย่อนคล้อย และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีในระยะยาว  ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมมาแนะนำกันค่ะ ทำไมมวลกล้ามเนื้อถึงสำคัญ เมื่อควบคุมน้ำหนัก? กล้ามเนื้อเปรียบเสมือน “เตาเผาพลังงาน” ของร่างกาย ยิ่งมีมวลกล้ามเนื้อมาก ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น หากเราควบคุมอาหารหรือใช้ตัวช่วยทางการแพทย์โดยไม่ออกกำลังกายเลย กล้ามเนื้อที่หายไปจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักกลับมาขึ้นได้อีก เมื่อหยุดรับบริการ 3 รูปแบบการออกกำลังกายที่ “ต้องทำ” ควบคู่กับการคุมน้ำหนัก อ้างอิงจากแนวทางเวชปฏิบัติและการศึกษาทางคลินิก การออกกำลังกายที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดควรทำควบคู่กัน ดังนี้: 1. เวทเทรนนิ่ง (Resistance / Strength Training) ประโยชน์: เป็นการออกกำลังกายที่ “สำคัญที่สุด” สำหรับผู้ที่อยู่ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก เพราะช่วยสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ ป้องกันความหย่อนคล้อยของสัดส่วนเมื่อไขมันหายไป วิธีปฏิบัติ: แนะนำให้ทำ 2-3 […]

ทำไมควรหยุดการกำเริบของ “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” ให้เร็วที่สุด? ข้อดีของการดูแลผิวอย่างทันท่วงที | ลัลลลิตาคลินิก

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นภาวะผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มีช่วงเวลาที่อาการสงบสลับกับช่วงที่ผื่น “กำเริบ” (Flare-ups) เมื่อเกิดการกำเริบ ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังมักจะเผชิญกับอาการคันอย่างรุนแรง ผิวแห้งลอก และมีรอยแดงอักเสบ หลายท่านอาจเลือกที่จะรอให้อาการค่อยๆ ดีขึ้นเอง แต่ในทางการแพทย์และงานวิจัยทางผิวหนังวิทยา การเข้าควบคุมและหยุดการกำเริบของผื่นให้เร็วที่สุด ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาระยะยาว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจว่า การเข้าจัดการกับผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำลังกำเริบอย่างทันท่วงที มีประโยชน์และส่งผลดีต่อสุขภาพผิวอย่างไรบ้าง ประโยชน์สำคัญของการหยุดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบอย่างรวดเร็ว อ้างอิงจากข้อมูลทางการแพทย์ การลดการอักเสบของผิวหนังในช่วงที่โรคกำเริบ มีข้อดีที่สำคัญดังนี้: 1. ช่วยตัด “วงจรคันและเกา” เมื่อผื่นกำเริบ อาการคันจะกระตุ้นให้เกิดการเกา ซึ่งการเกาจะยิ่งทำลายเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่อ่อนแออยู่แล้วให้เสียหายมากขึ้น ส่งผลให้สารก่อการอักเสบหลั่งออกมาเพิ่มขึ้นและทำให้ยิ่งคันกว่าเดิม การใช้แนวทางการดูแลเพื่อลดอาการคันและลดการอักเสบอย่างรวดเร็ว จะมีส่วนช่วยหยุดวงจรนี้ ป้องกันไม่ให้ผิวหนังถูกทำลายไปมากกว่าเดิม 2. ลดโอกาสการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ในขณะที่ผื่นกำเริบและมีรอยถลอกจากการเกา ผิวหนังจะเปิดรับเชื้อโรคจากภายนอกได้ง่าย โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งมักพบบนผิวของผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การควบคุมผื่นให้สงบลงอย่างรวดเร็ว จะช่วยปิดช่องทางไม่ให้แบคทีเรียเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อรุนแรงหรือผื่นเป็นหนอง 3. ป้องกันปัญหาผิวหนาตัวและรอยดำคล้ำ หากปล่อยให้ผิวหนังเกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างชั้นผิวที่หนาตัวขึ้น มีรอยเส้นขีดบนผิวหนังชัดเจน และทิ้งรอยดำหลังการอักเสบไว้ ซึ่งรอยเหล่านี้มักจะใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูค่อนข้างนาน […]

รู้ทันความงาม: คลินิกใช้ “นักกายภาพบำบัด” ทำหัตถการบนใบหน้า… สรุปแล้วทำได้จริงหรือ?

ข้อบังคับสภากายภาพบำบัด :: ว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด

ในยุคที่ธุรกิจความงามเติบโตอย่างรวดเร็ว เรามักจะเห็นโฆษณาหรือโปรโมชันของคลินิกความงามหลายแห่ง นำบุคลากรทางการแพทย์อย่าง “นักกายภาพบำบัด” มาให้บริการทำหัตถการบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องยกกระชับ เครื่องปรับรูปหน้า หรือเครื่องเลเซอร์ใบหน้า เลเซอร์กำจัดขน ฯลฯ ประชาชนและผู้บริโภคสงสัยกัน บ้างหรือเปล่าคะ คำถาม คือ “นักกายภาพบำบัดสามารถทำหัตถการความงามบนใบหน้าได้จริงไหม? และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?” บทความนี้จะพามาเจาะลึกข้อเท็จจริงทางกฎหมาย โดยอ้างอิงหลักฐานสำคัญจากวิชาชีพโดยตรง เพื่อให้ผู้บริโภคทุกคนได้รู้เท่าทันและเลือกรับบริการได้อย่างปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดที่ผิดกฎหมาย เจาะลึกกฎหมาย: ขอบเขต “นักกายภาพบำบัด” ทำอะไรได้บ้าง? หากพิจารณาตามกฎหมายสูงสุดที่ควบคุมแนวทางปฏิบัติของวิชาชีพใน “ข้อบังคับสภากายภาพบำบัด พ.ศ. 2551” หน้าที่และขอบเขตความรับผิดชอบของนักกายภาพบำบัด ถูกตราไว้ชัดเจนเพื่อดูแลระบบโครงสร้างร่างกาย การเคลื่อนไหว และการฟื้นฟูสมรรถภาพจากภาวะโรค โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้: 1. ขอบเขตการตรวจประเมินและวินิจฉัย นักกายภาพบำบัดสามารถทำการตรวจประเมินและวินิจฉัยด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด ได้เฉพาะในขอบเขตต่อไปนี้เท่านั้น: ตรวจประเมินและวินิจฉัยระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อและโครงร่าง ระบบการไหลเวียนเลือดและการหายใจ และพัฒนาการเคลื่อนไหวในเด็ก ตรวจวินิจฉัยด้วยไฟฟ้า (Electrodiagnosis) เฉพาะทางกายภาพบำบัด ตรวจประเมินและวินิจฉัยการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Movement evaluation and diagnosis) ตรวจประเมินและวินิจฉัยความบกพร่องของร่างกาย ซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะของโรคหรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ 2. […]

ไขข้อสงสัย Tip Effector 60 ของเครื่อง XERF แตกต่างจากหัวทิปยกกระชับ RF ทั่วไปอย่างไร? | ลัลลลิตาคลินิก

XERF ต่างจาก RF อย่างไร Tip Effector 60 คืออะไร เครื่อง XERF ยกกระชับ ยกกระชับหน้า คลื่นความถี่วิทยุ Dual Frequency RF

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) ที่ใช้เพื่อช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย หลายท่านอาจคุ้นเคยกับเครื่องมือที่มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่าง เครื่อง XERF ซึ่งมาพร้อมกับหัวทิปหน้าสัมผัสเฉพาะที่เรียกว่า “Tip Effector 60” หลายท่านที่กำลังหาข้อมูลอาจสงสัยว่า หัวทิป Effector 60 ที่ใช้ใน Program XERF มีความแตกต่างจากหัวทิป RF สำหรับผิวหน้าของเครื่องรุ่นอื่นๆ อย่างไร? ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางเทคนิคและงานวิจัยทางการแพทย์มาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ครับ ความแตกต่างของ Tip Effector 60 เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม 1. นวัตกรรมคลื่นความถี่คู่ (Dual Frequency) หัวทิป RF ทั่วไป: มักจะใช้คลื่นความถี่วิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) เพียงความถี่เดียว คือ 6.78 MHz เป็นหลัก เพื่อสร้างความร้อนในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) Tip Effector 60 ของ […]

วิธีอ่านฉลากสกินแคร์ (INCI Name) เลี่ยงส่วนผสมจากอาหาร ดูแลผิวบอบบางอย่างเข้าใจ | ลัลลลิตาคลินิก

Skin Care INCI name

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบอบบาง หรือมีแนวโน้มเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) การหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ดัดแปลงมาจากอาหาร ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อช่วยลดโอกาสการเกิด “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) แต่การจะทราบว่าสกินแคร์ขวดนั้นมีส่วนผสมจากอาหารหรือไม่ อาจต้องอาศัยการสังเกตเล็กน้อยครับ เนื่องจากตามกฎหมาย ผู้ผลิตจะต้องแสดงชื่อส่วนผสมเป็นระบบมาตรฐานสากลที่เรียกว่า INCI (International Nomenclature of Cosmetic Ingredients) ซึ่งมักจะระบุเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือภาษาละติน ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำศัพท์ INCI ของสารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่พบได้บ่อย อ้างอิงจากฐานข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อเป็นคู่มือเบื้องต้นในการตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ คู่มืออ่านฉลาก (INCI Name) สารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่พบบ่อย 🥛 1. กลุ่มนม (Milk) หากต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมจากนมวัว ควรสังเกตคำศัพท์เหล่านี้: Lac, Casein (เช่น caseinate, hydrolysed casein) Whey (เช่น whey hydrolysate) Lactoglobulin, Lactose, Lactoferrin * Colostrum […]

การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อันตรายอย่างไร

Skin care Food-allergens-in-skincare-products

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) สำหรับเด็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง หลายท่านมักมองหาส่วนผสมที่มาจาก “ธรรมชาติ” เป็นหลัก เช่น สารสกัดจากข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ นม หรือถั่วเหลือง แต่ในทางการแพทย์และผิวหนังวิทยา การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อาจมีความเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ซึ่งหลายคนอาจคาดไม่ถึง ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเหมาะสม เข้าใจกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) สาเหตุสำคัญที่วงการแพทย์แนะนำให้ระมัดระวังการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร มาจากความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้อาหาร โดยอธิบายผ่านกลไก “ทฤษฎีการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้สองทาง” (Dual-allergen-exposure hypothesis) ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้จากอาหารผ่านการ “ทาลงบนผิวหนัง” ในปริมาณน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างการตอบสนองและจดจำที่จะ “ต่อต้าน” สารนั้นๆ ซึ่งกลไกนี้จะทำงานตรงกันข้ามกับการรับประทานอาหารเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ ที่จะช่วยสร้างความคุ้นชินและมีส่วนช่วยลดอาการแพ้ได้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร ความเสี่ยงในการกระตุ้นโรคภูมิแพ้อาหารรุนแรง: เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง หากผิวหนังถูกกระตุ้นจนเกิดการแพ้สารสกัดจากอาหารในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว เมื่อผู้ใช้รับประทานอาหารชนิดนั้นเข้าไปในภายหลัง อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้อาหารรุนแรง หรือภาวะช็อกจากการแพ้ (Anaphylaxis) ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยรับประทานอาหารชนิดนั้นได้ตามปกติโดยไม่มีอาการแพ้มาก่อนก็ตาม เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังโดยตรง: ส่วนผสมจากอาหารในครีมบำรุง สามารถก่อให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส (Contact […]

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Tirzepatide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Tirzepatide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์

การดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพ มักเป็นความท้าทายสำหรับหลายๆ ท่าน ปัจจุบันการแพทย์มียา Tirzepatide ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร แต่หลายท่านอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานและความปลอดภัย ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบเชิงการแพทย์มาฝากกันค่ะ Q1: Tirzepatide คืออะไร และทำงานอย่างไร? A: Tirzepatide เป็นยาในกลุ่มเปปไทด์ที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มตามธรรมชาติของร่างกาย (Dual GIP และ GLP-1 receptor agonist) โดยมีกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อ ลดความอยากอาหาร และชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น ผู้รับบริการจึงรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานกว่าปกติ ช่วยลดการทานจุกจิกระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ Q2: การดูแลรูปร่างด้วยวิธีนี้ เหมาะกับใครบ้าง? A: เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูง ที่กำลังมองหาแนวทางในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และต้องการรับบริการลดน้ำหนักภายใต้การดูแลและประเมินโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด Q3: มีผลข้างเคียงหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน? A: เนื่องจากกลไกของยาออกฤทธิ์เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ในช่วงเริ่มต้น หรือช่วงที่มีการปรับเพิ่มขนาดยา อาจพบผลข้างเคียงได้บ้าง ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและไม่รุนแรง เช่น: อาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม หรือรู้สึกแน่นท้อง ท้องเสีย […]

วิธีเลือกสบู่สำหรับเด็กและทารก ผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้อะไรดี? | ลัลลลิตาคลินิก

วิธีเลือกสบู่สำหรับเด็ก

โครงสร้างผิวของเด็กและทารกมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก โดยชั้นหนังกำพร้า (Stratum Corneum) จะมีความบางกว่า และสูญเสียความชุ่มชื้นออกจากผิว (TEWL) ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว หรือ “สบู่สำหรับเด็ก” จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างเกราะป้องกันผิวที่แข็งแรง เพื่อลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวแห้งลอก หรือผื่นระคายเคืองในอนาคต ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำแนะนำทางการแพทย์ในการเลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อยมาฝากกันค่ะ เช็กลิสต์: เลือกสบู่สำหรับเด็กอย่างไร ให้เป็นมิตรกับผิว? อ้างอิงจากแนวทางการดูแลผิวทารกและเด็ก (ข้อมูลจากฐานข้อมูลทางการแพทย์ PubMed) คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตส่วนประกอบบนฉลากผลิตภัณฑ์ ดังนี้: 1. เลือกผลิตภัณฑ์กลุ่ม Syndet (Synthetic Detergent) แทนสบู่ก้อนทั่วไป สบู่ก้อนแบบดั้งเดิม (Traditional soaps) มักมีความเป็นด่างสูง ซึ่งอาจทำลายไขมันตามธรรมชาติบนผิวเด็ก แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกลุ่ม Syndet ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ที่ออกแบบมาให้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้โดยไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิว 2. มีค่า pH ที่เหมาะสม (pH-Balanced) ผิวที่มีสุขภาพดีจะมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ (pH ประมาณ 5.5) เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรค ควรเลือกสบู่ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิวเด็ก (pH […]

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อใช้ Tirzepatide หรือ Semaglutide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก | ลัลลลิตาคลินิก

ปากกาลดน้ำหนัก lullalitaclinic

การดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักในปัจจุบัน มีนวัตกรรมทางการแพทย์เข้ามาเป็นตัวช่วยเพื่อให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่ม (GLP-1 และ Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonists) อย่าง Semaglutide (เซมากลูไทด์) และ Tirzepatide (เทอร์เซพาไทด์) ยาทางการแพทย์เหล่านี้มีกลไกช่วยลดความอยากอาหารและชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตาม “ยาเป็นเพียงตัวช่วยเบื้องต้น” หัวใจสำคัญที่จะทำให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพและรักษาผลลัพธ์ได้อย่างยั่งยืน คือการดูแลและควบคุมตัวเองระหว่างการใช้ย่และหลังจากหยุดใช้ยา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องทางการแพทย์มาฝากกันครับ 1. ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร (Eating Habits) เนื่องจากตัวยาจะทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้นและรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น การปรับวิธีการทานจึงสำคัญมากเพื่อลดอาการข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ หรือพะอืดพะอม ทานมื้อเล็กลง แต่บ่อยขึ้น: แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ ในระหว่างวัน แทนการทานมื้อใหญ่ทีเดียว เคี้ยวให้ละเอียด ทานให้ช้าลง: เมื่อเริ่มรู้สึก “อิ่ม” ควรหยุดทานทันที ไม่ควรฝืนทานจนหมดเพราะจะทำให้จุกแน่นท้อง หลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน และรสจัด: อาหารที่มีไขมันสูงจะย่อยยากและอยู่ในกระเพาะนานยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ 2. โภชนาการต้องถึง เน้น “โปรตีนและกากใย” เมื่อความอยากอาหารลดลง ร่างกายอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ […]

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้ผื่นเห่อ? แนะนำ “กีฬา” ที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง | ลัลลลิตาคลินิก

การออกกำลังกาย ภูมิแพ้ผิวหนัง ลัลลลิตาคลินิก

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นของ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบเรื้อรัง มักจะพบกับอุปสรรคสำคัญคือ “เหงื่อและความร้อน” ที่ทำให้เกิดอาการคันยุบยิบ แสบแดง และผื่นกำเริบขึ้นมาจนหลายคนถอดใจจากการเล่นกีฬา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับการเลือกประเภทกีฬาและการดูแลผิว เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีความสุขและลดโอกาสการระคายเคือง ทำไมเหงื่อถึงทำให้ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ? ในผู้ที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โครงสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) จะอ่อนแอกว่าปกติ เมื่อร่างกายมีความร้อนและหลั่งเหงื่อออกมา แร่ธาตุบางชนิดในเหงื่อจะเข้าไปกระตุ้นปลายประสาทบริเวณผิวหนังที่กำลังอักเสบ ทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ความร้อนยังทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งส่งผลให้รอยแดงและการอักเสบดูชัดเจนขึ้น กีฬาประเภทไหนที่ “ตอบโจทย์” ผู้ป่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง? อ้างอิงจากงานวิจัยและคำแนะนำของแพทย์ผิวหนัง กีฬาที่เหมาะสมควรเป็นกีฬาที่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้ดี หรือมีการระบายอากาศที่เหมาะสม ได้แก่: 1. กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ หรือ แอโรบิกในน้ำ) ข้อดี: น้ำจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้เหงื่อไม่ออกมาก และลดอาการคันยุบยิบระหว่างออกกำลังกายได้ดีเยี่ยม ข้อควรระวัง: คลอรีนในสระว่ายน้ำอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ดังนั้น หลังว่ายน้ำเสร็จต้องรีบอาบน้ำล้างตัวทันที และทาสารให้ความชุ่มชื้น (Moisturizer) ทั่วตัวภายใน 3 นาทีหลังเช็ดตัวหมาดๆ 2. กีฬาในร่มที่มีการปรับอากาศ […]

Program XERF แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นอย่างไร?

XERF-lullalita-clinic https://www.lullalitaskin.com/wp-content/uploads/2026/05/XERF-lullalita-clinic.png

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาผิว ลัลลลิตาคลินิกขอสรุปข้อแตกต่างเบื้องต้น ดังนี้: Program รูปแบบพลังงาน จุดเด่น บริเวณที่เน้น XERF Dual-Frequency Monopolar RF (6.78 MHz และ 2  MHz) เน้นความสบาย (Comfort) และการปล่อย 2 ความถี่พร้อมกันเพื่อความครอบคลุมทุกชั้นผิวถึง SMAS  งานผิวแน่น กระชับรูขุมขน และยกกระชับใบหน้า และงานผิวคุณภาพดี (Skin Quality) Thermage Monopolar RF (6.78 MHz) มาตรฐานดั้งเดิมในการกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันแก้ม ผิวหย่อนคล้อย มีไขมันสะสมบนใบหน้า Oligio Monopolar RF (6.78 MHz) เน้นงานผิวละเอียด ปรับความเรียบเนียนและความยืดหยุ่น ริ้วรอยเล็กๆ และงานผิวคุณภาพดี (Skin Quality) Ulthera Micro-Focused Ultrasound with Visualization ส่งพลังงานเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กไปยังชั้น SMAS โดยเฉพาะ […]