Lallita Clinic, skin, beauty, children's diseases and vaccines

ลูกผมร่วงเป็นหย่อม คันศีรษะลอกเป็นขุย! รับมือ “กลากที่หนังศีรษะ” | ลัลลลิตาคลินิก

กลากที่หนังศีรษะ

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการคันศีรษะอย่างรุนแรง มีรังแคหรือสะเก็ดลอกเป็นขุยหนา และที่สำคัญคือ “ผมร่วงเป็นหย่อมๆ” หรือบางครั้งเห็นเป็นจุดดำๆ เล็กๆ ที่รากผม (Black dot) อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหารังแคธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อราที่เรียกว่า “กลากที่หนังศีรษะ”  หรือที่คนไทยสมัยก่อนเรียกว่า “ชันนะตุ” ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจโรคนี้อย่างเจาะลึก เพื่อให้ครอบครัวสามารถป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ กลากที่หนังศีรษะ มักพบในวัยไหนและเกิดจากอะไร? โรคกลากที่หนังศีรษะ เกิดจากการติดเชื้อราซึ่งสามารถลุกลามเข้าไปทำลายเส้นผมถึงระดับรากผมได้ค่ะ ช่วงอายุที่พบบ่อย: โรคนี้พบได้บ่อยที่สุดใน เด็กวัยก่อนเรียนจนถึงวัยเรียน (อายุประมาณ 3-14 ปี) เนื่องจากเป็นวัยที่มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ มาก และระบบภูมิคุ้มกันที่หนังศีรษะอาจยังต้านทานเชื้อราได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ค่ะ (ส่วนในผู้ใหญ่มักพบได้น้อยกว่า แต่อาจพบได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อค่ะ) ปัจจัยเสี่ยงและการติดต่อ: เชื้อรานี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่าน “การสัมผัส” ค่ะ เช่น การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี หมวก กิ๊บติดผม ปลอกหมอน หรือผ้าเช็ดตัว การคลุกคลีหรืออุ้มสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อรา (โดยเฉพาะแมวและสุนัข) สภาพแวดล้อมที่อับชื้น เหงื่อออกมาก และการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ ทำไม […]

รู้จัก Polynucleotide ตัวช่วยฟื้นฟูผิวจากระดับเซลล์ Program Vitaran เคล็ดลับผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ | ลัลลลิตาคลินิก

polynucleotides

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หรือต้องเผชิญกับมลภาวะและความเครียดสะสม โครงสร้างผิวของเราจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน มีริ้วรอยเล็กๆ และดูไม่สดใสเหมือนเคย ในปัจจุบัน วงการแพทย์ผิวหนังได้มีการนำเทคโนโลยีสารสกัดจากธรรมชาติมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation) ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยรองรับอย่างกว้างขวางคือ Polynucleotide (PN) หรือที่หลายท่านอาจรู้จักในชื่อของโปรแกรม Vitaran (ไวทารัน) ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาเจาะลึกกลไกการทำงานของโปรแกรม Vitaran ตามหลักฐานทางการแพทย์ ว่านวัตกรรมนี้ช่วยดูแลผิวของเราได้อย่างไรบ้างค่ะ Program Vitaran (Polynucleotide) คืออะไร? อ้างอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ Polynucleotide (PN) คือสายโพลีเมอร์ของนิวคลีโอไทด์ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จาก DNA ของปลาแซลมอน (Salmon DNA) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ (Biocompatibility) เมื่อนำมาใช้กับผิวหนัง จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ความชุ่มชื้นชั่วคราว แต่จะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ กลไกการฟื้นฟูผิวของ Program Vitaran ตามหลักวิทยาศาสตร์ การทำงานของ Polynucleotide มีกลไกหลักที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ: กระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์: PN จะเข้าไปจับกับตัวรับ (Receptor) ที่เซลล์ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้ตื่นตัวและกลับมาทำหน้าที่สร้าง […]

ใช้ “เปปไทด์ลดน้ำหนัก” อย่างไรให้ปลอดภัย? เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก

"เปปไทด์ลดน้ำหนัก" ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ในปัจจุบัน นวัตกรรมการดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักมีความก้าวหน้าไปมาก หนึ่งในวิธีที่กำลังได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์คือการใช้ “เปปไทด์ลดน้ำหนัก” ซึ่งในอดีตเราอาจคุ้นเคยกับฮอร์โมนเดี่ยวอย่าง GLP-1 แต่ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้พัฒนาก้าวไปอีกขั้นสู่ยุคของ “เปปไทด์ฮอร์โมนคู่ (Dual Agonist)” ที่ผสานประสิทธิภาพของทั้ง GLP-1 และ GIP เข้าด้วยกันค่ะ แม้ว่านวัตกรรมนี้จะมีงานวิจัยรองรับถึงประสิทธิภาพในการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร แต่การนำมาใช้โดยขาดความเข้าใจ หรือซื้อมาใช้เองโดยพลการ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์ มาสรุปให้ฟังกันอย่างละเอียดค่ะ กลไกการทำงานของเปปไทด์คู่ GLP-1 และ GIP คืออะไร? เปปไทด์ควบคุมน้ำหนักรุ่นใหม่ล่าสุด จัดเป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ 2 ชนิด ซึ่งหลั่งออกมาจากทางเดินอาหารหลังมื้ออาหาร โดยทำงานส่งเสริมกันและกัน (Synergistic Effect) ดังนี้ค่ะ: GLP-1 (Glucagon-like peptide-1): มีหน้าที่หลักในการส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนควบคุมความหิว เพื่อบอกร่างกายว่า “อิ่มแล้ว” ช่วยลดความอยากอาหาร และช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น เราจึงรู้สึกอิ่มแน่นได้ยาวนานขึ้น GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide): ฮอร์โมนตัวนี้เมื่อทำงานร่วมกับ GLP-1 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดียิ่งขึ้น ช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญไขมันในร่างกาย […]

สิวเห่อหนัก ควร “พักผิว” จากการแต่งหน้าหรือไม่? เจาะลึกเหตุผลทางการแพทย์ที่คนเป็นสิวต้องรู้ | ลัลลลิตาคลินิก

สิวเห่อหนัก ควร "พักผิว"

เมื่อเกิดภาวะ “สิวเห่อ” หรือมีสิวอักเสบและสิวอุดตันขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สัญชาตญาณแรกของหลายคนคือการหยิบรองพื้น BB หรือ CC ครีม มาปกปิดเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แต่ในทางกลับกัน การปกปิดที่หนาแน่นเกินไปในช่วงที่ผิวอ่อนแอ อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สิวรักษายากขึ้น ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจกลไกทางผิวหนังว่า ทำไมการ “พักผิว” จากเครื่องสำอางกลุ่มปกปิด จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากปัญหาสิวเรื้อรังค่ะ ทำไมช่วงสิวเห่อหนัก จึงควรพักผิวจากการแต่งหน้า? การใช้เครื่องสำอางที่มีความปกปิดสูงในขณะที่เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) กำลังอ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อกลไกการเกิดสิวใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ค่ะ: 1. เกิดปรากฏการณ์ปิดกั้นรูขุมขน (Occlusion Effect) รองพื้นและคอนซีลเลอร์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ยึดเกาะผิวได้ดี จึงมักมีส่วนผสมของซิลิโคน (Silicones) หรือน้ำมัน สารเหล่านี้จะสร้างฟิล์มเคลือบผิวไว้ ทำให้ต่อมไขมันไม่สามารถระบายน้ำมัน (Sebum) ออกมาตามธรรมชาติได้ สิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงตกค้างและเพิ่มจำนวนสิวอุดตัน (Comedones) ได้อย่างรวดเร็ว 2. สร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียชื่นชอบ (Anaerobic Environment) เมื่อรูขุมขนถูกเคลือบปิดจนทึบ จะเกิดสภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจน ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อแบคทีเรีย C. acnes (ต้นเหตุของการเกิดสิว) […]

การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อันตรายอย่างไร

Skin care Food-allergens-in-skincare-products

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) สำหรับเด็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง หลายท่านมักมองหาส่วนผสมที่มาจาก “ธรรมชาติ” เป็นหลัก เช่น สารสกัดจากข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ นม หรือถั่วเหลือง แต่ในทางการแพทย์และผิวหนังวิทยา การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อาจมีความเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ซึ่งหลายคนอาจคาดไม่ถึง ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเหมาะสม เข้าใจกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) สาเหตุสำคัญที่วงการแพทย์แนะนำให้ระมัดระวังการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร มาจากความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้อาหาร โดยอธิบายผ่านกลไก “ทฤษฎีการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้สองทาง” (Dual-allergen-exposure hypothesis) ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้จากอาหารผ่านการ “ทาลงบนผิวหนัง” ในปริมาณน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างการตอบสนองและจดจำที่จะ “ต่อต้าน” สารนั้นๆ ซึ่งกลไกนี้จะทำงานตรงกันข้ามกับการรับประทานอาหารเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ ที่จะช่วยสร้างความคุ้นชินและมีส่วนช่วยลดอาการแพ้ได้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร ความเสี่ยงในการกระตุ้นโรคภูมิแพ้อาหารรุนแรง: เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง หากผิวหนังถูกกระตุ้นจนเกิดการแพ้สารสกัดจากอาหารในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว เมื่อผู้ใช้รับประทานอาหารชนิดนั้นเข้าไปในภายหลัง อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้อาหารรุนแรง หรือภาวะช็อกจากการแพ้ (Anaphylaxis) ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยรับประทานอาหารชนิดนั้นได้ตามปกติโดยไม่มีอาการแพ้มาก่อนก็ตาม เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังโดยตรง: ส่วนผสมจากอาหารในครีมบำรุง สามารถก่อให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส (Contact […]

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Tirzepatide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์ | ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Tirzepatide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักทางการแพทย์

การดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพ มักเป็นความท้าทายสำหรับหลายๆ ท่าน ปัจจุบันการแพทย์มียา Tirzepatide ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร แต่หลายท่านอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานและความปลอดภัย ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบเชิงการแพทย์มาฝากกันค่ะ Q1: Tirzepatide คืออะไร และทำงานอย่างไร? A: Tirzepatide เป็นยาในกลุ่มเปปไทด์ที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มตามธรรมชาติของร่างกาย (Dual GIP และ GLP-1 receptor agonist) โดยมีกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อ ลดความอยากอาหาร และชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น ผู้รับบริการจึงรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานกว่าปกติ ช่วยลดการทานจุกจิกระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ Q2: การดูแลรูปร่างด้วยวิธีนี้ เหมาะกับใครบ้าง? A: เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูง ที่กำลังมองหาแนวทางในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และต้องการรับบริการลดน้ำหนักภายใต้การดูแลและประเมินโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด Q3: มีผลข้างเคียงหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน? A: เนื่องจากกลไกของยาออกฤทธิ์เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ในช่วงเริ่มต้น หรือช่วงที่มีการปรับเพิ่มขนาดยา อาจพบผลข้างเคียงได้บ้าง ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและไม่รุนแรง เช่น: อาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม หรือรู้สึกแน่นท้อง ท้องเสีย […]

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อใช้ Tirzepatide หรือ Semaglutide ตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก | ลัลลลิตาคลินิก

ปากกาลดน้ำหนัก lullalitaclinic

การดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนักในปัจจุบัน มีนวัตกรรมทางการแพทย์เข้ามาเป็นตัวช่วยเพื่อให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่ม (GLP-1 และ Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonists) อย่าง Semaglutide (เซมากลูไทด์) และ Tirzepatide (เทอร์เซพาไทด์) ยาทางการแพทย์เหล่านี้มีกลไกช่วยลดความอยากอาหารและชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตาม “ยาเป็นเพียงตัวช่วยเบื้องต้น” หัวใจสำคัญที่จะทำให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพและรักษาผลลัพธ์ได้อย่างยั่งยืน คือการดูแลและควบคุมตัวเองระหว่างการใช้ย่และหลังจากหยุดใช้ยา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องทางการแพทย์มาฝากกันครับ 1. ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร (Eating Habits) เนื่องจากตัวยาจะทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้นและรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น การปรับวิธีการทานจึงสำคัญมากเพื่อลดอาการข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ หรือพะอืดพะอม ทานมื้อเล็กลง แต่บ่อยขึ้น: แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ ในระหว่างวัน แทนการทานมื้อใหญ่ทีเดียว เคี้ยวให้ละเอียด ทานให้ช้าลง: เมื่อเริ่มรู้สึก “อิ่ม” ควรหยุดทานทันที ไม่ควรฝืนทานจนหมดเพราะจะทำให้จุกแน่นท้อง หลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน และรสจัด: อาหารที่มีไขมันสูงจะย่อยยากและอยู่ในกระเพาะนานยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ 2. โภชนาการต้องถึง เน้น “โปรตีนและกากใย” เมื่อความอยากอาหารลดลง ร่างกายอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ […]

Program XERF แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นอย่างไร?

XERF-lullalita-clinic https://www.lullalitaskin.com/wp-content/uploads/2026/05/XERF-lullalita-clinic.png

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาผิว ลัลลลิตาคลินิกขอสรุปข้อแตกต่างเบื้องต้น ดังนี้: Program รูปแบบพลังงาน จุดเด่น บริเวณที่เน้น XERF Dual-Frequency Monopolar RF (6.78 MHz และ 2  MHz) เน้นความสบาย (Comfort) และการปล่อย 2 ความถี่พร้อมกันเพื่อความครอบคลุมทุกชั้นผิวถึง SMAS  งานผิวแน่น กระชับรูขุมขน และยกกระชับใบหน้า และงานผิวคุณภาพดี (Skin Quality) Thermage Monopolar RF (6.78 MHz) มาตรฐานดั้งเดิมในการกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันแก้ม ผิวหย่อนคล้อย มีไขมันสะสมบนใบหน้า Oligio Monopolar RF (6.78 MHz) เน้นงานผิวละเอียด ปรับความเรียบเนียนและความยืดหยุ่น ริ้วรอยเล็กๆ และงานผิวคุณภาพดี (Skin Quality) Ulthera Micro-Focused Ultrasound with Visualization ส่งพลังงานเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กไปยังชั้น SMAS โดยเฉพาะ […]

ทำความรู้จักตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก: Tirzepatide ต่างจาก Semaglutide อย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

www.lullalitaskin.com/tirzepatide-vs-semaglutide

ปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน เป็นสิ่งที่หลายท่านพยายามแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการออกกำลังกาย แต่ในบางครั้ง ร่างกายอาจต้องการตัวช่วยทางการแพทย์เพื่อช่วยให้การปรับพฤติกรรมทำได้ง่ายและยั่งยืนขึ้น ปัจจุบัน นวัตกรรมกลุ่ม “ยาเปปไทด์เลียนแบบฮอร์โมนอิ่ม” ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแพทย์ โดยมีตัวยาสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ Semaglutide และนวัตกรรมใหม่อย่าง Tirzepatide หลายท่านอาจสงสัยว่าตัวยาทั้งสองชนิดนี้มีกลไกการทำงานต่างกันอย่างไร? วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเข้ารับการปรึกษา 1. Semaglutide: ตัวช่วยคลาสสิก กลไกฮอร์โมนเดี่ยว (GLP-1 Receptor Agonist) Semaglutide (เซมากลูไทด์) เป็นตัวยาที่ได้รับการศึกษาวิจัยและใช้ในวงการแพทย์มาอย่างยาวนาน โดยมีกลไกการออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ลำไส้หลั่งออกมาตามธรรมชาติหลังมื้ออาหาร กลไกการทำงาน: ตัวยาจะส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนควบคุมความอยากอาหาร ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ลดความหิวจุกจิก และช่วยชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น (อิ่มนานขึ้น) จุดเด่น: มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวที่ชัดเจน และเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในการช่วยปรับพฤติกรรมการทานอาหาร 2. Tirzepatide: กลไกฮอร์โมนคู่ (Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonist) Tirzepatide (เทอร์เซพาไทด์) ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมา โดยออกแบบให้สามารถออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มได้ถึง […]

ดูแลผิวให้แลดูกระชับและอิ่มฟู ด้วย Program EXION

EXION ที่ Lullalita Clinic

ดูแลผิวให้แลดูกระชับและอิ่มฟู ด้วย Program EXION ที่ Lullalita Clinic เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) ตามธรรมชาติของผิวจะเริ่มลดลง ส่งผลให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และดูไม่สดใส ปัจจุบันเครื่องมือต่างๆได้เพื่อช่วยดูแลโครงสร้างผิวให้กลับมาแลดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจและได้รับการพูดถึงในวงการแพทย์ผิวหนังคือ EXION™ Program EXION คืออะไร? Program EXION (โดย BTL Aesthetics) คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการดูแลผิวที่ผสานพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Monopolar RF) เข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น คลื่นอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Ultrasound) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่หลากหลาย ทั้งเรื่องความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความไม่เรียบเนียน โดยครอบคลุมทั้งการดูแลผิวหน้าและผิวกาย จุดเด่นและประโยชน์ของโปรแกรม EXION (Key Benefits) โปรแกรม EXION มีหัวเครื่องมือ (Applicators) ที่ทำงานแตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ดังนี้: 1. โปรแกรม EXION […]

Program XERF: ฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้วยพลังงาน RF สองความถี่ (Dual Frequency Monopolar RF)

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการยกกระชับผิวมีการพัฒนาไปอย่างมาก หนึ่งในหัตถการความงามที่กำลังได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ Program XERF ซึ่งเป็นความร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่าง Cynosure และ Lutronic สองผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเลเซอร์และคลื่นวิทยุระดับโลก บทความนี้จะเจาะลึกถึงกลไกการทำงานของ XERF ในการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย กลไกการทำงาน: ทำไมต้องเป็น “Dual Frequency”? จุดเด่นสำคัญของ XERF ที่แตกต่างจากเทคโนโลยี Monopolar RF ทั่วไป คือการใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง 2 ระดับในการดูแลผิว: ความถี่ 6.78 MHz: เป็นความถี่มาตรฐาน (Golden Standard) ที่มีความเหมาะสมในการกระตุ้นผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนในระดับที่เหมาะสม (Volumetric Heating) เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ส่งผลให้ผิวดูแน่นและละเอียดขึ้น ความถี่ 2 MHz: เป็นความถี่ที่มีความยาวคลื่นยาวขึ้น ช่วยให้พลังงานสามารถลงลึกไปถึงชั้นไขมันและพังผืด (Subcutaneous & Septa) ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักในการพยุงใบหน้า ช่วยในเรื่องการปรับกรอบหน้า (Contouring) และดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยในชั้นลึก ความน่าเชื่อถือด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เพื่อให้การส่งผ่านพลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและมีความปลอดภัยต่อคนไข้ […]