หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการคันศีรษะอย่างรุนแรง มีรังแคหรือสะเก็ดลอกเป็นขุยหนา และที่สำคัญคือ “ผมร่วงเป็นหย่อมๆ” หรือบางครั้งเห็นเป็นจุดดำๆ เล็กๆ ที่รากผม (Black dot) อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหารังแคธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อราที่เรียกว่า “กลากที่หนังศีรษะ” หรือที่คนไทยสมัยก่อนเรียกว่า “ชันนะตุ” ค่ะ
วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจโรคนี้อย่างเจาะลึก เพื่อให้ครอบครัวสามารถป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ
กลากที่หนังศีรษะ มักพบในวัยไหนและเกิดจากอะไร?
โรคกลากที่หนังศีรษะ เกิดจากการติดเชื้อราซึ่งสามารถลุกลามเข้าไปทำลายเส้นผมถึงระดับรากผมได้ค่ะ
- ช่วงอายุที่พบบ่อย: โรคนี้พบได้บ่อยที่สุดใน เด็กวัยก่อนเรียนจนถึงวัยเรียน (อายุประมาณ 3-14 ปี) เนื่องจากเป็นวัยที่มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ มาก และระบบภูมิคุ้มกันที่หนังศีรษะอาจยังต้านทานเชื้อราได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ค่ะ (ส่วนในผู้ใหญ่มักพบได้น้อยกว่า แต่อาจพบได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อค่ะ)
- ปัจจัยเสี่ยงและการติดต่อ: เชื้อรานี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่าน “การสัมผัส” ค่ะ เช่น
- การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี หมวก กิ๊บติดผม ปลอกหมอน หรือผ้าเช็ดตัว
- การคลุกคลีหรืออุ้มสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อรา (โดยเฉพาะแมวและสุนัข)
- สภาพแวดล้อมที่อับชื้น เหงื่อออกมาก และการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ
ทำไม “ยาทา” ถึงรักษาไม่หาย?
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อเกิดเชื้อราที่หนังศีรษะ ผู้ปกครองมักไปซื้อ “ยาทาฆ่าเชื้อรา” มาทาให้ลูก แต่กลากที่หนังศีรษะไม่สามารถรักษาด้วยยาทาเพียงอย่างเดียวได้ค่ะ
เนื่องจากเชื้อราได้ฝังตัวลึกลงไปในรากผมและแกนผมซึ่งยาทาซึมลงไปไม่ถึง แนวทางการรักษามาตรฐานจึงประกอบด้วย:
- การรับประทานยาต้านเชื้อรา : เป็น “หัวใจหลัก” ของการรักษาค่ะ แพทย์จะคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวของเด็ก และต้องทานติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง (มักใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและการตอบสนอง) เพื่อกำจัดเชื้อราจากภายใน
- การใช้แชมพูฆ่าเชื้อรา (Antifungal Shampoo): แพทย์มักสั่งจ่ายแชมพูยา ให้ใช้สระผมควบคู่ไปกับการทานยา เพื่อช่วยลดปริมาณสปอร์ของเชื้อราบนหนังศีรษะ และลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังบริเวณอื่นหรือติดผู้อื่นค่ะ
แนวทางการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
- งดแชร์ของใช้: สอนให้ลูกไม่ใช้หวี หมวก หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับเพื่อนที่โรงเรียน
- ดูแลสัตว์เลี้ยง: หากพบว่าแมวหรือสุนัขที่บ้านมีขนร่วงเป็นหย่อมๆ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรักษาร่วมด้วยค่ะ
- รักษาความสะอาด: สระผมทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และเป่าผมให้แห้งสนิทหลังสระ ไม่ควรนอนหลับขณะที่ผมยังเปียกชื้นค่ะ
ดูแลสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมอย่างปลอดภัย ที่ ลัลลลิตาคลินิก หากปล่อยกลากที่หนังศีรษะไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจลุกลามเกิดเป็นการอักเสบรุนแรง มีหนอง ซึ่งอาจทำลายรากผมอย่างถาวรจนเกิดรอยแผลเป็นและผมไม่ขึ้นอีกเลยได้ค่ะ
ทุกการรับบริการที่ลัลลลิตาคลินิก จะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) กุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอเข้าใจถึงความบอบบางของเด็กเล็ก พร้อมช่วยตรวจวินิจฉัยรอยโรคอย่างแม่นยำ คำนวณปริมาณยาทานอย่างปลอดภัย และติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อคืนสุขภาพหนังศีรษะที่แข็งแรงและเส้นผมที่ดกดำให้กับลูกรักของคุณค่ะ
- ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวพรรณและหนังศีรษะเท่านั้น
- ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
- การใช้ยารับประทานต้านเชื้อราในเด็กต้องอยู่ภายใต้การคำนวณและประเมินโดยแพทย์ประจำสถานพยาบาลอย่างเคร่งครัด ห้ามซื้อยามาใช้เอง
💬 ปรึกษาปัญหาเชื้อราบนหนังศีรษะ ผมร่วง หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:
🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)
📞 Tel: 086-353-4562
📱 Line OA: @lullalitaclinic
🌐 Website: www.lullalitaskin.com


