ไขข้อสงสัย โพรไบโอติกส์ (Probiotics) และ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ช่วยดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้จริงหรือ? | ลัลลลิตาคลินิก

สำหรับผู้ที่มีปัญหา “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)” การต้องเผชิญกับอาการผิวแห้ง แดง และคันเรื้อรัง มักนำไปสู่การมองหาทางเลือกในการดูแลตัวเองเพิ่มเติม นอกเหนือจากการทายา ควรอ่านให้จบ หนึ่งในกระแสความนิยมที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปัจจุบันคือ การรับประทานอาหารเสริมกลุ่ม “โพรไบโอติกส์ (Probiotics) และ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics)” คำถามคือ อาหารเสริมเหล่านี้ช่วยเรื่องผื่นภูมิแพ้ที่ผิวหนังได้จริงหรือไม่? ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาหาคำตอบโดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ระดับสากลกันค่ะ ความเชื่อมโยงระหว่าง “ลำไส้” และ “ผิวหนัง” (Gut-Skin Axis) ในทางการแพทย์ มีทฤษฎีที่เรียกว่า Gut-Skin Axis ซึ่งอธิบายว่า ความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) มีความเชื่อมโยงกับระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย รวมถึงผิวหนังด้วยค่ะ ผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมักพบว่ามีระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานไวเกินไป (Immune Dysregulation) งานวิจัยพบว่าการมีจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ที่สมดุล อาจมีส่วนช่วยส่งสัญญาณไปปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และอาจช่วยลดกระบวนการอักเสบของผิวหนังได้ในทางอ้อมค่ะ Probiotics และ Prebiotics คืออะไร? กลุ่มโพรไบโอติกส์ (Probiotics): จุลินทรีย์ชนิดดีที่มีชีวิต งานวิจัยพบว่าสายพันธุ์ที่ถูกนำมาศึกษาบ่อยที่สุดในการช่วยลดระดับความรุนแรงของผื่น […]
ไขข้อข้องใจเป็น “ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” จำเป็นต้องเทสต์หาภูมิแพ้ทุกเคสหรือไม่? | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อมีอาการผิวแห้ง แดง คันเรื้อรัง หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)” คำถามแรกที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ป่วยมักจะถามแพทย์คือ “คุณหมอคะ สามารถเจาะเลือด หรือทำเทสต์ภูมิแพ้ (Skin Prick Test) ได้ไหม จะได้รู้ว่าแพ้อะไรและงดถูก?” หลายท่านเข้าใจว่าผื่นที่เกิดขึ้น ต้องมีสาเหตุมาจากการแพ้อาหารหรือสารบางอย่างเสมอ แต่ในความจริงแล้ว อ้างอิงจากแนวทางการรักษาของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (DST) และข้อมูลจากฐานข้อมูลงานวิจัย “การทดสอบภูมิแพ้ ไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังทุกรายค่ะ” ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจกลไกของโรค ว่าทำไมแพทย์จึงไม่แนะนำให้ตรวจภูมิแพ้แบบเหวี่ยงแห และเคสแบบไหนที่ควรได้รับการทดสอบค่ะ สาเหตุหลักของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่ใช่การแพ้อาหารเสมอไป กลไกหลักของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เกิดจาก “เกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอทางพันธุกรรม (Skin Barrier Dysfunction)” ทำให้ผิวหนังไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ผิวจึงแห้ง แตก และเกิดการอักเสบได้ง่ายเมื่อเจอสิ่งเร้าทั่วไป เช่น เหงื่อ อากาศเปลี่ยนแปลง หรือสบู่ที่รุนแรง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบเฉียบพลัน (IgE-mediated) ที่มักตรวจพบจากการทำ Skin Prick Test เสมอไปค่ะ ทำไมแพทย์จึง […]
ทำไมควรหยุดการกำเริบของ “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” ให้เร็วที่สุด? ข้อดีของการดูแลผิวอย่างทันท่วงที | ลัลลลิตาคลินิก

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นภาวะผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มีช่วงเวลาที่อาการสงบสลับกับช่วงที่ผื่น “กำเริบ” (Flare-ups) เมื่อเกิดการกำเริบ ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังมักจะเผชิญกับอาการคันอย่างรุนแรง ผิวแห้งลอก และมีรอยแดงอักเสบ หลายท่านอาจเลือกที่จะรอให้อาการค่อยๆ ดีขึ้นเอง แต่ในทางการแพทย์และงานวิจัยทางผิวหนังวิทยา การเข้าควบคุมและหยุดการกำเริบของผื่นให้เร็วที่สุด ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาระยะยาว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจว่า การเข้าจัดการกับผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำลังกำเริบอย่างทันท่วงที มีประโยชน์และส่งผลดีต่อสุขภาพผิวอย่างไรบ้าง ประโยชน์สำคัญของการหยุดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบอย่างรวดเร็ว อ้างอิงจากข้อมูลทางการแพทย์ การลดการอักเสบของผิวหนังในช่วงที่โรคกำเริบ มีข้อดีที่สำคัญดังนี้: 1. ช่วยตัด “วงจรคันและเกา” เมื่อผื่นกำเริบ อาการคันจะกระตุ้นให้เกิดการเกา ซึ่งการเกาจะยิ่งทำลายเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่อ่อนแออยู่แล้วให้เสียหายมากขึ้น ส่งผลให้สารก่อการอักเสบหลั่งออกมาเพิ่มขึ้นและทำให้ยิ่งคันกว่าเดิม การใช้แนวทางการดูแลเพื่อลดอาการคันและลดการอักเสบอย่างรวดเร็ว จะมีส่วนช่วยหยุดวงจรนี้ ป้องกันไม่ให้ผิวหนังถูกทำลายไปมากกว่าเดิม 2. ลดโอกาสการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ในขณะที่ผื่นกำเริบและมีรอยถลอกจากการเกา ผิวหนังจะเปิดรับเชื้อโรคจากภายนอกได้ง่าย โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งมักพบบนผิวของผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การควบคุมผื่นให้สงบลงอย่างรวดเร็ว จะช่วยปิดช่องทางไม่ให้แบคทีเรียเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อรุนแรงหรือผื่นเป็นหนอง 3. ป้องกันปัญหาผิวหนาตัวและรอยดำคล้ำ หากปล่อยให้ผิวหนังเกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างชั้นผิวที่หนาตัวขึ้น มีรอยเส้นขีดบนผิวหนังชัดเจน และทิ้งรอยดำหลังการอักเสบไว้ ซึ่งรอยเหล่านี้มักจะใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูค่อนข้างนาน […]
วิธีอ่านฉลากสกินแคร์ (INCI Name) เลี่ยงส่วนผสมจากอาหาร ดูแลผิวบอบบางอย่างเข้าใจ | ลัลลลิตาคลินิก

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบอบบาง หรือมีแนวโน้มเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) การหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ดัดแปลงมาจากอาหาร ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อช่วยลดโอกาสการเกิด “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) แต่การจะทราบว่าสกินแคร์ขวดนั้นมีส่วนผสมจากอาหารหรือไม่ อาจต้องอาศัยการสังเกตเล็กน้อยครับ เนื่องจากตามกฎหมาย ผู้ผลิตจะต้องแสดงชื่อส่วนผสมเป็นระบบมาตรฐานสากลที่เรียกว่า INCI (International Nomenclature of Cosmetic Ingredients) ซึ่งมักจะระบุเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือภาษาละติน ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมคำศัพท์ INCI ของสารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่พบได้บ่อย อ้างอิงจากฐานข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อเป็นคู่มือเบื้องต้นในการตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ คู่มืออ่านฉลาก (INCI Name) สารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่พบบ่อย 🥛 1. กลุ่มนม (Milk) หากต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมจากนมวัว ควรสังเกตคำศัพท์เหล่านี้: Lac, Casein (เช่น caseinate, hydrolysed casein) Whey (เช่น whey hydrolysate) Lactoglobulin, Lactose, Lactoferrin * Colostrum […]
การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อันตรายอย่างไร

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) สำหรับเด็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง หลายท่านมักมองหาส่วนผสมที่มาจาก “ธรรมชาติ” เป็นหลัก เช่น สารสกัดจากข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ นม หรือถั่วเหลือง แต่ในทางการแพทย์และผิวหนังวิทยา การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมดัดแปลงมาจากอาหาร อาจมีความเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ซึ่งหลายคนอาจคาดไม่ถึง ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเหมาะสม เข้าใจกลไก “การแพ้ผ่านทางผิวหนัง” (Percutaneous Sensitization) สาเหตุสำคัญที่วงการแพทย์แนะนำให้ระมัดระวังการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร มาจากความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้อาหาร โดยอธิบายผ่านกลไก “ทฤษฎีการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้สองทาง” (Dual-allergen-exposure hypothesis) ทฤษฎีนี้ระบุว่า หากร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้จากอาหารผ่านการ “ทาลงบนผิวหนัง” ในปริมาณน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างการตอบสนองและจดจำที่จะ “ต่อต้าน” สารนั้นๆ ซึ่งกลไกนี้จะทำงานตรงกันข้ามกับการรับประทานอาหารเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ ที่จะช่วยสร้างความคุ้นชินและมีส่วนช่วยลดอาการแพ้ได้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของอาหาร ความเสี่ยงในการกระตุ้นโรคภูมิแพ้อาหารรุนแรง: เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง หากผิวหนังถูกกระตุ้นจนเกิดการแพ้สารสกัดจากอาหารในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว เมื่อผู้ใช้รับประทานอาหารชนิดนั้นเข้าไปในภายหลัง อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้อาหารรุนแรง หรือภาวะช็อกจากการแพ้ (Anaphylaxis) ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยรับประทานอาหารชนิดนั้นได้ตามปกติโดยไม่มีอาการแพ้มาก่อนก็ตาม เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังโดยตรง: ส่วนผสมจากอาหารในครีมบำรุง สามารถก่อให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส (Contact […]
ทางเลือกในการดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ด้วยยาฉีดชีวโมเลกุล (Biologics)

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นภาวะผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจอย่างมาก ทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และเด็กเล็ก อาการคันรุนแรง ผื่นแดง และผิวแห้งลอก ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความมั่นใจ แต่ยังรบกวนการนอนหลับและคุณภาพชีวิตประจำวัน ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงโครงสร้างผิวและระบบภูมิคุ้มกันในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ การวางแผนดูแลผิวจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ นอกจากการดูแลพื้นฐานแล้ว ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาด้วย “ยาฉีดชีวโมเลกุล” (Biologic agent) ชนิด Dupilumab เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง ทำความรู้จัก Dupilumab และกลไกการออกฤทธิ์ ยาฉีดชีวโมเลกุล Dupilumab เป็นยาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อออกฤทธิ์อย่างจำเพาะเจาะจงต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยไม่ได้เป็นการกดภูมิคุ้มกันโดยรวมของร่างกาย กลไกหลักคือการเข้าไปยับยั้งโปรตีนที่เป็นตัวกลางก่อให้เกิดการอักเสบ (Interleukin-4 และ Interleukin-13) เมื่อสารสื่อการอักเสบเหล่านี้ถูกควบคุม อาการอักเสบ รอยแดง และอาการคันตามผิวหนังจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้วงจรการ “คันแล้วเกา” ลดลง และช่วยเปิดโอกาสให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ได้ฟื้นฟูสภาพให้กลับมาแข็งแรงขึ้น ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจพบ การใช้ยาฉีด Dupilumab จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การประเมินและการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง ผลข้างเคียงที่อาจพบได้มักเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่และอาการที่ไม่รุนแรง ได้แก่: ปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีดยา: อาจมีอาการบวม รอยแดง หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักจะค่อยๆ […]