เล็บหลุด เล็บลอกจากโคน (Onychomadesis) เกิดจากอะไร? สรุปสาเหตุและวิธีดูแลตามหลักการแพทย์ผิวหนัง | ลัลลลิตาคลินิก

หลายท่านอาจเคยประสบปัญหา หรือพบว่าลูกน้อยมีอาการ “เล็บเป็นรอยบุ๋ม เล็บร่อน หรือหลุดลอกออกมาจากโคนเล็บ” อาการนี้มักสร้างความตกใจและกังวลใจอย่างมาก ในทางการแพทย์ผิวหนัง เราเรียกภาวะนี้ว่า “Onychomadesis” (โอนิโคมาดีซิส) ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ชวนมาทำความรู้จักว่าภาวะเล็บหลุดจากโคนนี้เกิดจากอะไร เป็นอันตรายหรือไม่ และควรดูแลอย่างไรให้เล็บกลับมาสวยสุขภาพดีดังเดิมค่ะ Onychomadesis คืออะไร? ภาวะ Onychomadesis คือ การที่แผ่นเล็บ (Nail plate) แยกตัวออกจากฐานรากเล็บ (Nail matrix) ซึ่งอยู่บริเวณโคนเล็บ ส่งผลให้เกิดช่องว่างหรือรอยบุ๋มลึกที่โคนเล็บ และเมื่อเวลาผ่านไป เล็บใหม่ที่งอกขึ้นมาจะค่อยๆ ดันเล็บเก่าที่แล้วให้หลุดลอกออกไปในที่สุดค่ะ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเล็บหลุด ภาวะนี้เกิดจากการที่ “เซลล์ที่สร้างเล็บหยุดการเจริญเติบโตชั่วคราว” ซึ่งมักถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ: การติดเชื้อไวรัส (พบบ่อยที่สุดในเด็ก): โดยเฉพาะ “โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD)” งานวิจัยพบว่าเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก (โดยเฉพาะจากเชื้อ Coxsackievirus A6) มักจะมีภาวะเล็บหลุดตามมาหลังจากหายป่วยแล้วประมาณ 1-2 […]
ฉายแสงอาทิตย์เทียมเฉพาะจุด (Excimer) ทำให้ “โรคด่างขาว” ดีขึ้นได้อย่างไร? ไขกลไกการรักษาตามหลักวิทยาศาสตร์ | ลัลลลิตาคลินิก

สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคด่างขาว (Vitiligo) ที่รอยด่างขาวเพิ่งเริ่มต้น หรือมีรอยด่างขาวเป็นหย่อมๆ เฉพาะบางจุดของร่างกาย การรักษาด้วยเทคโนโลยีแสงอาทิตย์เทียมถือเป็นมาตรฐานการรักษาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง นอกจากการฉายแสงแบบทั่วตัวแล้ว ปัจจุบันวงการแพทย์ผิวหนังมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า การฉายแสงอาทิตย์เทียมแบบเฉพาะจุด ชนิด Excimer (ความยาวคลื่น 308 นาโนเมตร) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ผู้ที่มีรอยด่างขาวแบบเฉพาะถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกข้อมูลว่าเทคโนโลยี Excimer นี้ ทำงานอย่างไร และมีข้อดีอย่างไรในการฟื้นฟูสีผิวค่ะ แสง Excimer (308-nm) คืออะไร และทำหน้าที่อย่างไร? เทคโนโลยี Excimer เป็นการปล่อยพลังงานแสงอัลตราไวโอเลตบี (UVB) ในความยาวคลื่น 308 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่จำเพาะเจาะจงและให้ประสิทธิภาพสูงในการจัดการกับรอยโรคด่างขาว โดยเครื่องจะถูกออกแบบมาให้ฉายแสงได้ “เฉพาะจุดที่เป็นรอยด่างขาวเท่านั้น” กลไกทางวิทยาศาสตร์: แสง Excimer ช่วยให้ด่างขาวดีขึ้นได้อย่างไร? อ้างอิงจากงานวิจัยทางการแพทย์ แสง Excimer มีกลไกหลักในการฟื้นฟูผิว 2 ขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้ค่ะ: กลไกที่ 1: ยับยั้งการทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี (Immunosuppression) โรคด่างขาวเกิดจากเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติ (T-cells) […]
ไขข้อสงสัย โพรไบโอติกส์ (Probiotics) และ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ช่วยดูแลโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้จริงหรือ? | ลัลลลิตาคลินิก

สำหรับผู้ที่มีปัญหา “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)” การต้องเผชิญกับอาการผิวแห้ง แดง และคันเรื้อรัง มักนำไปสู่การมองหาทางเลือกในการดูแลตัวเองเพิ่มเติม นอกเหนือจากการทายา ควรอ่านให้จบ หนึ่งในกระแสความนิยมที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปัจจุบันคือ การรับประทานอาหารเสริมกลุ่ม “โพรไบโอติกส์ (Probiotics) และ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics)” คำถามคือ อาหารเสริมเหล่านี้ช่วยเรื่องผื่นภูมิแพ้ที่ผิวหนังได้จริงหรือไม่? ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาหาคำตอบโดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ระดับสากลกันค่ะ ความเชื่อมโยงระหว่าง “ลำไส้” และ “ผิวหนัง” (Gut-Skin Axis) ในทางการแพทย์ มีทฤษฎีที่เรียกว่า Gut-Skin Axis ซึ่งอธิบายว่า ความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) มีความเชื่อมโยงกับระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย รวมถึงผิวหนังด้วยค่ะ ผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมักพบว่ามีระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานไวเกินไป (Immune Dysregulation) งานวิจัยพบว่าการมีจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ที่สมดุล อาจมีส่วนช่วยส่งสัญญาณไปปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และอาจช่วยลดกระบวนการอักเสบของผิวหนังได้ในทางอ้อมค่ะ Probiotics และ Prebiotics คืออะไร? กลุ่มโพรไบโอติกส์ (Probiotics): จุลินทรีย์ชนิดดีที่มีชีวิต งานวิจัยพบว่าสายพันธุ์ที่ถูกนำมาศึกษาบ่อยที่สุดในการช่วยลดระดับความรุนแรงของผื่น […]
รักษาสิวไม่เลี้ยงไข้ที่ลัลลลิตาคลินิก มีโปรแกรมอะไรบ้าง? เจาะลึกแนวทางการดูแลตั้งแต่สิวอักเสบจนถึงรอยและหลุมสิว

ปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวฮอร์โมน ถือเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่สร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก และเมื่อสิวหายไปแล้ว สิ่งที่มักทิ้งไว้คือ “รอยแดง รอยดำ” และ “หลุมสิว” ซึ่งต้องอาศัยการดูแลที่แตกต่างกันออกไป โรคสิวมีกลไกการเกิดที่ซับซ้อน การดูแลรักษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันภาวะสิวดื้อยา จึงต้องอาศัยการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ที่ดูแลครอบคลุมตั้งแต่การลดการอักเสบ ไปจนถึงการฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความรู้จักกับโปรแกรมและแนวทางการดูแลปัญหาสิวอย่างเป็นระบบ ว่ามีขั้นตอนใดบ้าง เพื่อคืนผิวที่สุขภาพดีให้กับคุณค่ะ โปรแกรมการดูแลปัญหาสิวและรอยสิว ที่ ลัลลลิตาคลินิก การวิเคราะห์หาสาเหตุและจ่ายยาตามมาตรฐาน การรักษาที่ตรงจุดต้องเริ่มต้นจากการประเมินความรุนแรงของสิว แพทย์จะพิจารณาสั่งจ่ายยาทาเฉพาะที่ หรือยารับประทาน ตามระดับความรุนแรงของอาการ โดยเน้นการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ การกดสิวและการฉีดสิวอักเสบ การนำหัวสิวอุดตันออกอย่างถูกวิธีด้วยอุปกรณ์ปราศจากเชื้อ ช่วยลดโอกาสที่สิวจะอักเสบในอนาคต สำหรับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาฉีดยาลดการอักเสบ เพื่อให้สิวยุบตัวลงอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นหลุมสิว การฉายแสงบำบัดรักษาสิว (Light Therapy / PDT) เทคโนโลยีที่ช่วยจัดการสิวโดยไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว แสงสีฟ้า (Blue Light) จะออกฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรียก่อสิว (C. acnes) โดยตรง ส่วนแสงสีแดง (Red Light) […]
ทาสกินแคร์แพงๆ แต่ผิวไม่ดีขึ้น? ไขความลับการทาครีม VS การใช้เครื่องผลักยา (Program Viora Infusion) ต่างกันอย่างไร | ลัลลลิตาคลินิก

หลายท่านคงเคยประสบปัญหาลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) ที่มีส่วนผสมระดับพรีเมียม แต่ทาไปแล้วกลับรู้สึกว่า “ครีมไม่ซึมเข้าผิว” หรือ “ผิวไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง” เท่าที่ควร สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างผิวหนังของเราที่มีกลไกป้องกันตัวเองที่เรียกว่า “เกราะป้องกันผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum)” ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอม รวมถึงสารบำรุงโมเลกุลใหญ่ ซึมผ่านลงไปสู่ผิวชั้นลึกได้ง่ายๆ ค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจว่า การทาครีมด้วยวิธีปกติ ต่างจากการนำส่งวิตามินด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ อย่าง “เครื่องผลักยา Viora Infusion” อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกวิธีดูแลผิวได้อย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ ข้อจำกัดของการ “ทาครีมบำรุงตามปกติ” (Topical Application) การทาครีม โลชั่น หรือเซรั่มด้วยมือ เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่จำเป็นในการดูแลผิวค่ะ แต่ในทางวิทยาศาสตร์ สารออกฤทธิ์ (Active Ingredients) ส่วนใหญ่จะเคลือบอยู่เพียง “ผิวชั้นหนังกำพร้าด้านบน” เท่านั้น มีเพียงสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กมากๆ เท่านั้นที่จะซึมผ่านลงไปได้ การทาครีมจึงเหมาะสำหรับการให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิวชั้นนอกเป็นหลัก แต่อาจไม่ตอบโจทย์หากต้องการฟื้นฟูผิวจากปัญหาที่อยู่ในผิวชั้นลึก เช่น รอยฝ้า จุดด่างดำฝังลึก หรือผิวขาดน้ำอย่างรุนแรง การใช้ “เครื่องผลักยา” (Viora Infusion) […]
ไขข้อข้องใจเป็น “ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” จำเป็นต้องเทสต์หาภูมิแพ้ทุกเคสหรือไม่? | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อมีอาการผิวแห้ง แดง คันเรื้อรัง หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)” คำถามแรกที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ป่วยมักจะถามแพทย์คือ “คุณหมอคะ สามารถเจาะเลือด หรือทำเทสต์ภูมิแพ้ (Skin Prick Test) ได้ไหม จะได้รู้ว่าแพ้อะไรและงดถูก?” หลายท่านเข้าใจว่าผื่นที่เกิดขึ้น ต้องมีสาเหตุมาจากการแพ้อาหารหรือสารบางอย่างเสมอ แต่ในความจริงแล้ว อ้างอิงจากแนวทางการรักษาของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (DST) และข้อมูลจากฐานข้อมูลงานวิจัย “การทดสอบภูมิแพ้ ไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังทุกรายค่ะ” ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจกลไกของโรค ว่าทำไมแพทย์จึงไม่แนะนำให้ตรวจภูมิแพ้แบบเหวี่ยงแห และเคสแบบไหนที่ควรได้รับการทดสอบค่ะ สาเหตุหลักของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่ใช่การแพ้อาหารเสมอไป กลไกหลักของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เกิดจาก “เกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอทางพันธุกรรม (Skin Barrier Dysfunction)” ทำให้ผิวหนังไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ผิวจึงแห้ง แตก และเกิดการอักเสบได้ง่ายเมื่อเจอสิ่งเร้าทั่วไป เช่น เหงื่อ อากาศเปลี่ยนแปลง หรือสบู่ที่รุนแรง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบเฉียบพลัน (IgE-mediated) ที่มักตรวจพบจากการทำ Skin Prick Test เสมอไปค่ะ ทำไมแพทย์จึง […]
ผมร่วง ผมบางจากพันธุกรรม รักษาก่อนสาย ฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรงก่อนถึงขั้นต้อง “ปลูกผม” | ลัลลลิตาคลินิก

ปัญหา “ผมร่วง ผมบาง” ไม่ว่าจะเป็นรอยแสกผมที่เริ่มกว้างขึ้นในผู้หญิง หรือแนวไรผมที่ร่นขึ้นไปเป็นง่ามตัวเอ็ม (M-shape) ในผู้ชาย มักเป็นสัญญาณเตือนของโรค “ผมร่วงจากพันธุกรรมและฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia – AGA)” ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะผมบางที่พบได้บ่อยที่สุดค่ะ เมื่อเผชิญกับปัญหานี้ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลและมองข้ามการรักษาในระยะเริ่มต้น เพราะคิดว่ารอให้ผมร่วงมากๆ แล้วค่อยไป “ผ่าตัดปลูกผม” ทีเดียวเลยดีกว่า แต่ในทางการแพทย์ แนวทางของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (DST) การรอจนศีรษะล้านแล้วค่อยรักษานั้น อาจเป็นความเข้าใจที่ทำให้คุณเสียโอกาสในการฟื้นฟูเส้นผมธรรมชาติของตัวเองไปอย่างน่าเสียดายค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกว่า ทำไมเราจึงควร “รักษาก่อนสาย” และการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ไม่ต้องปลูกผมได้อย่างไรค่ะ ทำไมถึงต้องรีบรักษา “ก่อนที่รากผมจะฝ่อถาวร”? กลไกของโรคผมร่วงจากพันธุกรรม เกิดจากฮอร์โมน (DHT) เข้าไปทำปฏิกิริยากับรากผม ทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลง เส้นผมที่เคยหนาดกดำจะค่อยๆ มีขนาดเล็กลง บางลง และสีอ่อนลง (Miniaturization) จนกลายเป็นเพียง “เส้นขนอ่อนๆ” หากเราปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เส้นขนอ่อนเหล่านี้จะร่วงหลุดไป และรากผมจะ “ฝ่อตัวอย่างถาวร” จนกลายเป็นพังผืด (Scarring) ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้แล้ว จะไม่มีรูขุมขนเหลือให้เส้นผมงอกขึ้นมาได้อีกเลย […]
ฉีดสารลดเลือนริ้วรอยแล้วไม่ตึงเหมือนเดิม? เจาะลึกสาเหตุ “ภาวะดื้อโบ” (Botulinum Toxin Resistance) และวิธีป้องกัน | ลัลลลิตาคลินิก

สำหรับผู้ที่ดูแลผิวพรรณเป็นประจำ “สารลดเลือนริ้วรอย” หรือ โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการคลายกล้ามเนื้อ ลดรอยย่น และปรับรูปหน้า แต่หลายท่านอาจเคยประสบปัญหา หรือได้ยินคำเตือนที่ว่า “ระวังฉีดบ่อยๆ แล้วจะดื้อยานะ” ซึ่งภาวะนี้ทำให้การฉีดครั้งต่อๆ ไปเห็นผลน้อยลง ระยะเวลาอยู่ได้สั้นลง หรือร้ายแรงที่สุดคือฉีดแล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเลย (Secondary non-responder) อ้างอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ ภาวะดื้อโบทูลินัม ท็อกซิน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจกลไกของร่างกาย ว่าสาเหตุที่แท้จริงของการดื้อยาเกิดจากอะไร เพื่อให้คุณดูแลผิวได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนค่ะ ภาวะดื้อโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin Resistance) คืออะไร? โดยธรรมชาติแล้ว โบทูลินัม ท็อกซิน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง เมื่อเราฉีดเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของเราอาจมองว่าโปรตีนเหล่านี้เป็น “สิ่งแปลกปลอม (Antigen)” และพยายามสร้าง “ภูมิต้านทาน (Neutralizing Antibodies หรือ NAbs)” ขึ้นมาทำลาย เมื่อร่างกายสร้างภูมิต้านทานนี้สำเร็จ ในการฉีดครั้งถัดๆ ไป ภูมิคุ้มกันจะตรงเข้าไปจับกับตัวยาและทำลายยาทิ้งก่อนที่ยาจะทันได้ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อ […]
แผลเป็น “คีลอยด์” เกิดจากอะไร? เช็คเลยใครคือกลุ่มเสี่ยงและวิธีรับมืออย่างถูกต้อง | ลัลลลิตาคลินิก

หลายท่านคงเคยประสบปัญหาเมื่อเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัด แผลเจาะหู หรือแม้กระทั่งแผลจากสิวอักเสบ แต่แทนที่แผลจะสมานตัวและเรียบเนียนไปกับผิว กลับกลายเป็น “ก้อนเนื้อนูน แข็ง สีแดงหรือคล้ำ” และมักจะมีอาการคันหรือเจ็บจี๊ดๆ ร่วมด้วย ในทางการแพทย์ผิวหนัง เราเรียกภาวะนี้ว่า “แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)” ค่ะ แผลเป็นคีลอยด์ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ แต่ยังสร้างความรำคาญใจในการใช้ชีวิตประจำวัน วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกข้อมูลว่าคีลอยด์เกิดจากกลไกใด และใครบ้างที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเกิดบาดแผลค่ะ คีลอยด์ (Keloid) เกิดจากอะไร? ในกระบวนการหายของแผลตามธรรมชาติ (Wound Healing Process) ร่างกายจะส่งเซลล์ที่ชื่อว่า ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) มาสร้าง “คอลลาเจน” เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ฉีกขาด แต่อ้างอิงจากหลักพยาธิวิทยา ในผู้ที่เป็นคีลอยด์ ร่างกายจะเกิดการตอบสนองที่ “มากเกินความพอดี “ เซลล์ไฟโบรบลาสต์จะสร้างเส้นใยคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ยอมหยุด แม้ว่าแผลจะปิดสนิทไปแล้วก็ตาม ส่งผลให้เนื้อเยื่อก่อตัวหนานูนขึ้น และจุดสังเกตสำคัญที่ทำให้คีลอยด์ต่างจากแผลเป็นนูนทั่วไป (Hypertrophic Scar) คือ “คีลอยด์จะขยายขนาดและลุกลามออกนอกขอบเขตของบาดแผลเดิม” […]
เมื่อไหร่ควรสงสัยว่าเป็นผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่?| ลัลลลิตาคลินิก

เวลาเปลี่ยนสกินแคร์ใหม่ หรือแม้แต่ใช้ผลิตภัณฑ์เดิมมาสักระยะ แล้วจู่ๆ ผิวก็เกิดอาการแดง คัน หลายคนอาจสงสัยว่าตนเองกำลัง “แพ้ครีม” หรือไม่ ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis – ACD) ภาวะนี้เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนังตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ที่สัมผัสกับผิว (Type IV Hypersensitivity) ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการระคายเคืองทั่วไป (Irritant Contact Dermatitis) สัญญาณบ่งชี้ว่าคุณอาจกำลังมีภาวะผื่นแพ้สัมผัส (ACD) ระยะเวลาการเกิดอาการ (Delayed Reaction): ผื่นมักจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังทาผลิตภัณฑ์ (เว้นแต่เคยแพ้สารนั้นมาแล้วอย่างรุนแรง) แต่มักจะปรากฏอาการหลังจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ไปแล้ว 24 ถึง 72 ชั่วโมง ลักษณะของผื่น: มีผื่นแดง คันมาก บางครั้งหากรุนแรงมากอาจมีตุ่มน้ำใสเล็กๆ เกิดขึ้นในบริเวณที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ ขอบเขตของผื่นมักจะชัดเจน และตรงกับบริเวณที่ทาผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่อาจกระจายออกไปบริเวณใกล้เคียงได้เล็กน้อย หากเกาหรือปล่อยไว้นาน ผิวอาจแห้ง ลอก แตก หรือหนาตัวขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์มานานแล้ว แต่เพิ่งมาแพ้? นี่เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย ผื่นแพ้สัมผัสสามารถเกิดขึ้นได้กับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้มาเป็นเดือนหรือเป็นปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเพิ่งถูกกระตุ้นให้จดจำสารนั้นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม (Sensitization phase) […]
Program Ejal 40 กับ Program Profhilo แตกต่างกันอย่างไร? เลือกฟื้นฟูผิวแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

เมื่อพูดถึงนวัตกรรมการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก (Skin Rejuvenation) ด้วยกรดไฮยาลูรอนิกชนิดบริสุทธิ์ (Non-crosslinked HA) สองโปรแกรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบันคือ โปรแกรม Ejal 40 และ โปรแกรม Profhilo แม้ว่าทั้งคู่จะมีจุดประสงค์หลักเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) และใช้เทคนิคการดูแลที่คล้ายคลึงกัน แต่รายละเอียดเชิงลึกของโมเลกุลและความเหมาะสมต่อสภาพผิวนั้นมีความแตกต่างกัน นวัตกรรมสารเติมเต็มกลุ่มนี้ทำงานผ่านการปรับปรุง Extracellular Matrix (ECM) เพื่อสนับสนุนการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ เรามาดูความแตกต่างที่สำคัญเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ ทำความรู้จัก Program Ejal 40 นวัตกรรมจากประเทศอิตาลีที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Hybrid Stabilized สารประกอบหลักคือ Hyaluronic Acid โมเลกุลขนาดใหญ่ (High Molecular Weight – HMW HA) 2 ขนาด ได้แก่ 1200 kDa และ 1800 kDa ความเข้มข้น 40 มก./2 มล. เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิว (ECM […]
วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก สายพันธุ์รุนแรง (EV71): เกราะป้องกันสุขภาพลูกน้อย

โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD) เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียนอนุบาลและเนิร์สเซอรี่ โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ซึ่งสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยคือ Coxsackievirus A16 (CV-A16) มักมีอาการไม่รุนแรง และ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพทย์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทำไมไวรัสสายพันธุ์ EV71 ถึงอันตราย? การติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ EV71 มีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่รุนแรง เช่น ก้านสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะปอดบวมน้ำ และอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การป้องกันล่วงหน้าจึงเป็นแนวทางที่กุมารแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขแนะนำ รู้จัก “วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก EV71” ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรไวรัสชนิด 71 (เช่น วัคซีน Entrovac) ซึ่งผลิตจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว (Inactivated vaccine) ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยทางคลินิกชี้ให้เห็นว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคมือ เท้า ปาก […]