ลัลลลิตาคลินิก ผิวหนัง ความงาม โรคเด็กและวัคซีน

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกแพ้นมวัว? สังเกต 3 สัญญาณเตือนอาการแพ้โปรตีนนมวัว | ลัลลลิตาคลินิก

ลูกแพ้นมวัว

เมื่อลูกน้อยมีอาการงอแง ร้องกวน ผิวมีผื่นแดง หรือขับถ่ายผิดปกติหลังจากทานนมวัว คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเริ่มสงสัยว่า “ลูกของเรากำลังแพ้นมวัวอยู่หรือเปล่า?” ในทางการแพทย์ ภาวะนี้เรียกว่า การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow’s Milk Protein Allergy หรือ CMPA) ซึ่งเป็นภาวะภูมิแพ้อาหารที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กทารกและเด็กเล็กค่ะ  ภาวะนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทำงานผิดปกติ โดยมองว่า “โปรตีนในนมวัว” เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างปฏิกิริยาต่อต้านและแสดงอาการแพ้ออกมา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจและเช็คสัญญาณเตือน เพื่อให้สามารถรับมือและพาลูกน้อยเข้าสู่กระบวนการประเมินได้อย่างทันท่วงทีค่ะ 3 ระบบร่างกายที่มักแสดงอาการ “แพ้นมวัว” อาการแพ้นมวัวอาจเกิดขึ้นได้ทันทีหลังทานนม (ภายในไม่กี่นาทีถึง 2 ชั่วโมง) หรือแบบค่อยเป็นค่อยไป (หลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน) โดยมักจะแสดงอาการผ่าน 3 ระบบหลัก ดังนี้ค่ะ: 1. อาการทางระบบผิวหนัง – สัญญาณเตือนที่พบบ่อยที่สุด ผิวหนังมักเป็นอวัยวะแรกที่แสดงปฏิกิริยาต่อต้านค่ะ หากลูกน้อยแพ้นมวัว คุณแม่อาจสังเกตพบ: ผื่นลมพิษ (Urticaria): อาการมักเกิดทันทีหลังทานนมภายในไม่กี่นาทีถึง 2 ชั่วโมง เป็นผื่นนูนแดง คันมาก อาการบวม (Angioedema): […]

อายุ 30 ปีขึ้นไป ควรฉีด “โบทูลินัม ท็อกซิน” ลดกรามหรือไม่? ไขข้อสงสัยปรับรูปหน้าอย่างไรไม่ให้แก้มห้อย | ลัลลลิตาคลินิก

อายุ-30-ลดกราม

การปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กแบบ V-Shape ด้วยการฉีด สารลดการทำงานของกล้ามเนื้อ (Botulinum Toxin) บริเวณกราม (Masseter Reduction) เป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยม หลายๆคนคิดเพียงแต่ว่าฉีดลดขนาดกรามหน้าจะเล็ก แต่“เมื่ออายุเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป การฉีดลดกรามยังเป็นวิธีที่เหมาะสมอยู่หรือไม่?” อ้างอิงจากงานวิจัยด้านกายวิภาคศาสตร์และผิวหนังคำตอบของคำถามนี้คือ “ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล” ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกกลไกความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในวัย 30+ ว่าทำไมการปรับรูปหน้าถึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ เกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างใบหน้า เมื่ออายุ 30+? เมื่อเราอายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ (Facial Aging) ได้แก่: มวลกระดูกยุบตัว: กระดูกขากรรไกรและแนวกรามเริ่มฝ่อลง ความหย่อนคล้อยของผิวและเส้นเอ็น: คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ไขมันย้ายที่: ถุงไขมันบริเวณแก้มเริ่มคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำไมฉีดลดกรามในวัย 30+ ถึงเสี่ยง “แก้มห้อย”? กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างค้ำยัน” ที่ช่วยพยุงผิวหนังและไขมันบริเวณแก้มส่วนล่างเอาไว้ ในวัย 20 ที่ผิวยังเต่งตึง การฉีดลดขนาดกล้ามเนื้อกรามจะทำให้หน้าดูเรียวขึ้นอย่างชัดเจน […]

โปรแกรม EXION กระตุ้นให้ผิวสร้าง “ไฮยาลูรอนธรรมชาติ” ได้อย่างไร? ฟื้นฟูผิวอิ่มฟูโดยไม่ต้องพึ่งเข็ม | ลัลลลิตาคลินิก

Exion

เมื่อพูดถึงการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอย “กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA)” คือส่วนประกอบสำคัญในชั้นผิวหนังที่ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำคอยกักเก็บน้ำ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิต HA ได้น้อยลง ทำให้ผิวดูแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอย ในอดีต การเพิ่ม HA ให้ผิวอย่างล้ำลึกมักต้องอาศัยการฉีดสารเติมเต็ม แต่ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการคิดค้น โปรแกรม EXION ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายของเรา “สร้างไฮยาลูรอนขึ้นมาได้เองตามธรรมชาติ” วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกกลไกทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังโปรแกรม EXION อว่านวัตกรรมนี้ทำงานอย่างไรผิวถึงกลับมามีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นได้ กลไกการทำงานของ โปรแกรม EXION: การผสาน 2 พลังงานเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิว ความลับของโปรแกรม EXION อยู่ที่การปล่อย 2 พลังงานลงสู่ชั้นผิวพร้อมๆ กันในหัวเดียว (Simultaneous Emission) ได้แก่ พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) และ คลื่นเสียง (Targeted Ultrasound) ซึ่งการทำงานร่วมกันนี้จะสร้างปฏิกิริยาที่เรียกว่า […]

โปรแกรมฉีดสารลดเลือนริ้วรอย (Botulinum Toxin) ควรฉีดบ่อยแค่ไหน? ไขข้อสงสัยระยะเวลาที่ปลอดภัย ป้องกันภาวะดื้อยา | ลัลลลิตาคลินิก

Botox safety peroid

เมื่อพูดถึงตัวช่วยในการลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้า “โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)” หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อสั้นๆ ว่าการฉีดโบ ถือเป็นหัตถการยอดนิยมอันดับต้นๆ เพราะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ทำให้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (เช่น รอยขมวดคิ้ว รอยตีนกา) ดูจางลง และช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนพอเห็นริ้วรอยเริ่มกลับมานิดหน่อย ก็อยากจะพุ่งตัวไปคลินิกเพื่อเติมทันที! วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกข้อมูลจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์เพื่อไขข้อสงสัยว่าระยะเวลาการฉีดซ้ำที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดควรเป็นอย่างไรค่ะ โบทูลินัม ท็อกซิน ออกฤทธิ์ได้นานแค่ไหน? ตามหลักสรีรวิทยาและงานวิจัยทางคลินิก โบทูลินัม ท็อกซิน ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบถาวรค่ะ โดยทั่วไปหลังจากฉีด ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ให้เห็นผลภายใน 3-7 วัน และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ระยะเวลาที่ยาออกฤทธิ์คงอยู่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 3 –6 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณยาที่ใช้ ขนาดของกล้ามเนื้อ และระบบการเผาผลาญของแต่ละบุคคล) หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ฟื้นตัวและกลับมาขยับได้ตามปกติ ริ้วรอยจึงค่อยๆ กลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้งค่ะ ควรฉีดซ้ำทุกๆ เท่าไหร่ จึงจะปลอดภัยและสวยคงที่? ทางการแพทย์ผิวหนังแนะนำให้ทำการฉีดซ้ำเมื่อยาเดิมเริ่มหมดฤทธิ์และกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาขยับได้มากแล้ว โดย ระยะเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดคือ ทุกๆ […]

แนวทางการดูแลผิวหย่อนคล้อยของใบหน้าตาม 4 ระดับความรุนแรง ลัลลลิตาคลินิก

Aging face

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า คือสัญญาณแห่งวัยที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ชั้นผิวภายนอก แต่เกิดลึกถึงโครงสร้างภายใน ทั้งการลดลงของคอลลาเจน อีลาสติน การฝ่อตัวของไขมัน และความแข็งแรงของเส้นเอ็นยึดผิว (Retaining Ligaments) ที่ลดลง ทางการแพทย์ผิวหนังมีการแบ่งระดับความหย่อนคล้อย เพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก โดย พญ.นิอร บุญเผื่อน แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง (ว.33606) จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูผิวที่เหมาะสมสำหรับปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าในแต่ละระดับค่ะ ก่อนจะไปดูแนวทางการดูแล เรามาทำความรู้จักกับ 4 ระดับของความหย่อนคล้อยกันก่อนค่ะ ระดับที่ 1: ความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น (Mild Ptosis) ลักษณะ: สังเกตเห็นร่องแก้มจางๆ (Laugh lines) กรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด มักพบในกลุ่มอายุ 25-35 ปี ระดับที่ 2: ความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง (Moderate Ptosis) ลักษณะ: ร่องแก้มเห็นชัดขึ้น เริ่มมีร่องน้ำหมาก (Marionette lines) ที่มุมปาก เนื้อแก้มเริ่มหย่อนลงมาบังกรอบหน้าบางส่วน มักพบในกลุ่มอายุ 35-45 ปี ระดับที่ […]

สิวยุบแล้วหยุดยาได้ไหม? เหตุผลทางการแพทย์ที่ต้อง “รักษาสิวอย่างต่อเนื่อง” เพื่อหยุดวงจรสิวซ้ำซาก | ลัลลลิตาคลินิก

สิวซ้ำซาก

คำถามยอดฮิตในห้องตรวจคลินิกผิวหนังคือ “คุณหมอคะ ตอนนี้สิวยุบแล้ว หน้าดูใสขึ้นแล้ว ขอหยุดทายาหรือหยุดการรักษาเลยได้ไหมคะ?” หรือไม่ คนไข้ก็หายไปเฉยๆ….เมื่อสิวเพิ่งเริ่มเคลียร์ หลายท่านอาจเคยมีประสบการณ์รักษาสิว พอหน้าเริ่มดีขึ้นก็หยุดยาหรือหยุดมาคลินิก แต่ผ่านไปเพียง 1-2 เดือน สิวก็กลับมาเห่อใหม่ที่เดิมซ้ำๆ ในทางการแพทย์ผิวหนัง โรคสิวถือเป็น “โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง” (Chronic Inflammatory Skin Disease) ที่ต้องการการดูแลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) หมอจะขอเล่าถึงกลไกใต้ชั้นผิวหนัง ว่าทำไมการรักษาสิวแบบ “ทำๆ หยุดๆ” ถึงเป็นข้อห้าม และทำไมการดูแลอย่างต่อเนื่องถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ผิวที่แข็งแรงในระยะยาวค่ะ 3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ทำไมจึงต้องรักษาสิวอย่างต่อเนื่อง 1. ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง และสิวที่มองไม่เห็น (Microcomedones) สิ่งที่เรามองเห็นบนใบหน้า (สิวอักเสบ สิวอุดตัน) เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นค่ะ งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ก่อนที่สิวจะผุดขึ้นมาให้เราเห็น มันได้ก่อตัวอยู่ใต้ผิวหนังในระยะที่เรียกว่า “Microcomedone” (การอุดตันขนาดจิ๋วที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) มานานถึง 8-12 สัปดาห์แล้ว! ดังนั้น เมื่อสิวบนหน้ายุบลง ไม่ได้แปลว่าใต้ผิวจะไม่มีสิวซ่อนอยู่ การหยุดรักษากะทันหัน จะทำให้ Microcomedone […]

หน้าหย่อนคล้อย แก้มห้อย (Facial Sagging) เกิดจากอะไร? ชวนเช็คระดับความรุนแรงของผิวหย่อนคล้อย | ลัลลลิตาคลินิก

หน้าคล้อย

เมื่ออายุเข้าสู่เลข 3 ปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้หลายๆ ท่านคงหนีไม่พ้น “ความหย่อนคล้อยของใบหน้า” (Facial Ptosis หรือ Sagging) ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้มที่เริ่มลึกขึ้น กรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม หรือแก้มที่ดูห้อยย้อยลงมา หลายคนมักเข้าใจว่าความหย่อนคล้อยเกิดจาก “ผิวหนังชั้นนอกที่เหี่ยวย่น” เพียงอย่างเดียว แต่ในทางการแพทย์ผิวหนังและศัลยศาสตร์ตกแต่ง กระบวนการชราภาพของใบหน้า (Facial Aging) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบ เกิดขึ้นลึกลงไปในทุกชั้นโครงสร้างของใบหน้าเลยค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง และมาเช็กระดับความรุนแรงของความหย่อนคล้อย เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลรักษาอย่างตรงจุดค่ะ 4 สาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าเกิดความหย่อนคล้อย 1. การยุบตัวของกระดูกโครงหน้า เมื่ออายุมากขึ้น มวลกระดูกทั่วร่างกายรวมถึงกระดูกโครงหน้าจะค่อยๆ ฝ่อและยุบตัวลง โดยเฉพาะบริเวณ กระดูกเบ้าตา กระดูกโหนกแก้ม และกระดูกขากรรไกร (ขอบหน้า) เปรียบเสมือน “เสาเข็มของบ้านที่ทรุดตัว” ทำให้เนื้อเยื่อและผิวหนังที่เคยเกาะอยู่บนกระดูก คล้อยตัวตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง 2. ไขมันฝ่อตัวและเคลื่อนที่คล้อยลง บนใบหน้าของเราจะมีถุงไขมัน (Fat pads) กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ เมื่อเรายังเด็ก ไขมันเหล่านี้จะเต่งตึงและอยู่ถูกที่ถูกทาง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบางจุดจะ “ฝ่อตัวลง” (เช่น บริเวณขมับ […]

วิธีดูแลผิวหลังทำ Program EXION (Fractional RF และ Clear RF) เคล็ดลับฟื้นฟูผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย | ลัลลลิตาคลินิก

Exion after care

หลังจากการรับบริการฟื้นฟูผิวด้วย Program EXION (Fractional RF และ Clear RF) ขั้นตอนที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ “การดูแลผิวหลังทำ (Aftercare)” ค่ะ ในทางการแพทย์ผิวหนัง การใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency) แบบ Fractional จะทำให้เกิดความร้อนใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง (Wound Healing Cascade) และสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งในช่วงแรกผิวจะมีความบอบบางและต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมแนวทางการดูแลผิวหลังทำ Program EXION ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวของคุณออกมาดี และลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงค่ะ 🩺 อาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำ (What to Expect) หลังรับบริการ อาจมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็น “ปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติของผิว” ไม่ใช่อาการแพ้หรืออันตรายค่ะ: ช่วง 1-3 วันแรก: ผิวอาจมีอาการแดง รู้สึกอุ่นๆ บวมเล็กน้อย หรือไวต่อการสัมผัส (สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยปลอบประโลมผิวได้) รอยสะเก็ด หรือรอยตารางเล็กๆ (Grid marks): อาจปรากฏขึ้นและอยู่ได้นานหลายวัน […]

ไขข้อข้องใจ Light Therapy: “แสงสีฟ้า” กับ “แสงสีแดง” ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ปัญหาผิว | ลัลลลิตาคลินิก

light therapy

ในปัจจุบัน การดูแลผิวพรรณด้วยเทคโนโลยี การฉายแสงบำบัด (Light Therapy หรือ PDT) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดบาดแผล และสามารถดูแลครอบคลุมตั้งแต่ปัญหาสิวไปจนถึงการฟื้นฟูผิวหน้า (Facial Rejuvenation) โดยแสงแต่ละความยาวคลื่นจะให้ผลลัพธ์ต่อเซลล์ผิวหนังที่แตกต่างกัน วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาเจาะลึกความแตกต่างระหว่างแสงที่นิยมใช้มากที่สุด 2 ชนิด คือ แสงสีฟ้า (Blue Light) และ แสงสีแดง (Red Light) ว่าแต่ละชนิดมีกลไก ข้อดี และข้อควรระวังอย่างไรบ้างค่ะ 💙 แสงสีฟ้า (Blue Light Therapy) ความยาวคลื่น: ประมาณ 400 – 470 นาโนเมตร ความลึก: ระดับตื้น (ชั้นหนังกำพร้า) กลไกการทำงานทางวิทยาศาสตร์: เป้าหมายหลักของแสงสีฟ้าคือการดูแล “ปัญหาสิวอักเสบ (Acne Therapy)” ค่ะ แสงสีฟ้าจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับสาร Porphyrins ที่อยู่ในเชื้อแบคทีเรียก่อสิว […]

ฉายแสงรักษาสิว (PDT) ทางเลือกจัดการสิวอักเสบและสิวดื้อยา | ลัลลลิตาคลินิก

แสงรักษาสิว

ปัญหาสิวเรื้อรัง สิวอักเสบ หรือสิวดื้อยา เป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคน โดยเฉพาะเมื่อการรักษาสิวด้วยยาทาหรือยารับประทานแบบเดิมๆ เริ่มไม่ตอบสนอง หรือบางท่านอาจมีความกังวลถึงผลข้างเคียงจากการทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ในปัจจุบัน วงการแพทย์ผิวหนังมีนวัตกรรมที่เรียกว่า การฉายแสงรักษาสิว หรือ Photodynamic Therapy (PDT) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพในการดูแลสิวอักเสบ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจกลไกการทำงานของแสงรักษาสิว  เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดูแลผิวของคุณค่ะ กลไกการทำงานของ แสงรักษาสิว (PDT) อ้างอิงจากหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ การฉายแสงรักษาสิวมีกลไกหลัก 2 ประการ คือ การกำจัดเชื้อแบคทีเรียก่อสิว (C. acnes) และ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของต่อมไขมัน ค่ะ ฆ่าเชื้อสิวด้วยแสง: แบคทีเรีย C. acnes ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ จะมีการผลิตสารที่เรียกว่า Porphyrins ซึ่งเป็นสารที่ไวต่อแสง เมื่อแพทย์ฉายแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ (เช่น แสงสีฟ้า ความยาวคลื่นประมาณ 400 นาโนเมตร) แสงจะเข้าไปกระตุ้นสารนี้ให้สร้างออกซิเจนและอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเข้าไปทำลายเซลล์แบคทีเรียสิวโดยตรงค่ะ การใช้สารเสริมประสิทธิภาพ (5-ALA): ในกรณีที่สิวอักเสบรุนแรง หรือมีสารไวแสงตามธรรมชาติน้อย แพทย์อาจพิจารณาทาสาร […]

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยวิธีสะกิด (Skin Prick Test)? | ลัลลลิตาคลินิก

Skin prick test

สำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้อากาศ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือสงสัยว่าตนเองแพ้อาหาร การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Skin Prick Test (SPT) ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยค้นหาสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นตัวการก่อโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ปฏิกิริยาบนผิวหนังแสดงผลออกมาได้อย่างถูกต้องที่สุด ไม่เกิดผลลบปลอม จากฤทธิ์ยาที่ตกค้างในร่างกาย การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการทดสอบจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อปฏิบัติมาเป็นเช็กลิสต์ให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ เช็กลิสต์การเตรียมตัวก่อนตรวจ Skin Prick Test การเตรียมตัวที่ถูกต้องมีดังนี้ค่ะ: 1. งดยาแก้แพ้ (Antihistamines) ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน นี่คือกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดค่ะ! ยาแก้แพ้แบบรับประทานจะเข้าไปกดปฏิกิริยาการตอบสนองของผิวหนัง หากไม่งดยา ผิวหนังจะไม่เกิดรอยนูนแดงแม้ว่าคุณจะแพ้สารนั้นจริงๆ ก็ตาม ยาแก้แพ้กลุ่มง่วงและไม่ง่วง (เช่น Bilastine, Cetirizine, Loratadine, Fexofenadine, Chlorpheniramine): ควรงดอย่างน้อย 7 วันก่อนวันตรวจ หากมีอาการแพ้รุนแรงระหว่างช่วงที่งดยา แนะนำให้รีบติดต่อแพทย์เพื่อประเมินอาการค่ะ 2. งดทายากลุ่มสเตียรอยด์บริเวณที่จะทดสอบ ยาครีมหรือยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบและกดภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง ซึ่งจะส่งผลต่อความแม่นยำของการทดสอบ ควรงดทายากลุ่มนี้บริเวณท้องแขนหรือแผ่นหลัง (ตำแหน่งที่ใช้ทดสอบ) […]

ลูกเป็นผื่น หาหมอไหนดี? ทำความรู้จัก “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” ต่างจากหมอเด็กและหมอผิวหนังทั่วไปอย่างไร | ลัลลลิตาคลินิก

ผิวหนังเด็ก

เมื่อลูกน้อยมีปัญหาผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นผื่นแดงเรื้อรัง ตุ่มน้ำ ปานแดง หรือผิวแห้งลอก คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักจะสงสัยคือ “ควรพาลูกไปหาหมอเด็ก (กุมารแพทย์) หรือไปหาหมอผิวหนัง (ตจแพทย์) ดี?” แล้ว “หมอเฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” มีอยู่มั๊ย ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผิวของเด็ก โดยเฉพาะทารกแรกเกิด ไม่ใช่แค่ “ผิวผู้ใหญ่ที่ย่อส่วนลงมา” นะคะ โครงสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ มีความบอบบางกว่า และมีอัตราส่วนพื้นที่ผิวต่อน้ำหนักตัวที่สูงกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อการดูดซึมยาทาต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยตรง ในทางการแพทย์จึงมีสาขาความเชี่ยวชาญพิเศษที่เรียกว่า “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” (Pediatric Dermatologist) เพื่อตอบโจทย์ความละเอียดอ่อนนี้โดยเฉพาะค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับคุณหมอด้านนี้กันค่ะ ว่ากว่าจะมาเป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเด็กต้องผ่านการศึกษาอย่างไร และมีความแตกต่างจากสาขาอื่นอย่างไรบ้าง เส้นทางการศึกษา: กว่าจะเป็น “แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก” ต้องใช้เวลากี่ปี? การจะเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเด็กได้นั้น ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและระยะเวลาในการศึกษา รวมถึงการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกที่ยาวนานมากกว่า 10 ปีเลยทีเดียวค่ะ โดยมีเส้นทางมาตรฐานดังนี้: แพทยศาสตรบัณฑิต (หมอทั่วไป): ใช้เวลาเรียน 6 ปี แพทย์ประจำบ้าน […]