เมื่อไหร่ควรสงสัยว่าเป็นผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่?| ลัลลลิตาคลินิก

เวลาเปลี่ยนสกินแคร์ใหม่ หรือแม้แต่ใช้ผลิตภัณฑ์เดิมมาสักระยะ แล้วจู่ๆ ผิวก็เกิดอาการแดง คัน หลายคนอาจสงสัยว่าตนเองกำลัง “แพ้ครีม” หรือไม่ ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis – ACD) ภาวะนี้เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนังตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ที่สัมผัสกับผิว (Type IV Hypersensitivity) ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการระคายเคืองทั่วไป (Irritant Contact Dermatitis) สัญญาณบ่งชี้ว่าคุณอาจกำลังมีภาวะผื่นแพ้สัมผัส (ACD) ระยะเวลาการเกิดอาการ (Delayed Reaction): ผื่นมักจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังทาผลิตภัณฑ์ (เว้นแต่เคยแพ้สารนั้นมาแล้วอย่างรุนแรง) แต่มักจะปรากฏอาการหลังจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ไปแล้ว 24 ถึง 72 ชั่วโมง ลักษณะของผื่น: มีผื่นแดง คันมาก บางครั้งหากรุนแรงมากอาจมีตุ่มน้ำใสเล็กๆ เกิดขึ้นในบริเวณที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ ขอบเขตของผื่นมักจะชัดเจน และตรงกับบริเวณที่ทาผลิตภัณฑ์นั้นๆ แต่อาจกระจายออกไปบริเวณใกล้เคียงได้เล็กน้อย หากเกาหรือปล่อยไว้นาน ผิวอาจแห้ง ลอก แตก หรือหนาตัวขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์มานานแล้ว แต่เพิ่งมาแพ้? นี่เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย ผื่นแพ้สัมผัสสามารถเกิดขึ้นได้กับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้มาเป็นเดือนหรือเป็นปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเพิ่งถูกกระตุ้นให้จดจำสารนั้นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม (Sensitization phase) […]
Program Ejal 40 กับ Program Profhilo แตกต่างกันอย่างไร? เลือกฟื้นฟูผิวแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

เมื่อพูดถึงนวัตกรรมการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก (Skin Rejuvenation) ด้วยกรดไฮยาลูรอนิกชนิดบริสุทธิ์ (Non-crosslinked HA) สองโปรแกรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบันคือ โปรแกรม Ejal 40 และ โปรแกรม Profhilo แม้ว่าทั้งคู่จะมีจุดประสงค์หลักเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) และใช้เทคนิคการดูแลที่คล้ายคลึงกัน แต่รายละเอียดเชิงลึกของโมเลกุลและความเหมาะสมต่อสภาพผิวนั้นมีความแตกต่างกัน นวัตกรรมสารเติมเต็มกลุ่มนี้ทำงานผ่านการปรับปรุง Extracellular Matrix (ECM) เพื่อสนับสนุนการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ เรามาดูความแตกต่างที่สำคัญเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ ทำความรู้จัก Program Ejal 40 นวัตกรรมจากประเทศอิตาลีที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Hybrid Stabilized สารประกอบหลักคือ Hyaluronic Acid โมเลกุลขนาดใหญ่ (High Molecular Weight – HMW HA) 2 ขนาด ได้แก่ 1200 kDa และ 1800 kDa ความเข้มข้น 40 มก./2 มล. เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิว (ECM […]
วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก สายพันธุ์รุนแรง (EV71): เกราะป้องกันสุขภาพลูกน้อย

โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD) เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียนอนุบาลและเนิร์สเซอรี่ โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ซึ่งสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยคือ Coxsackievirus A16 (CV-A16) มักมีอาการไม่รุนแรง และ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพทย์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทำไมไวรัสสายพันธุ์ EV71 ถึงอันตราย? การติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ EV71 มีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่รุนแรง เช่น ก้านสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะปอดบวมน้ำ และอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การป้องกันล่วงหน้าจึงเป็นแนวทางที่กุมารแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขแนะนำ รู้จัก “วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก EV71” ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรไวรัสชนิด 71 (เช่น วัคซีน Entrovac) ซึ่งผลิตจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว (Inactivated vaccine) ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยทางคลินิกชี้ให้เห็นว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคมือ เท้า ปาก […]
โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) มีกี่แบบ? ทำความเข้าใจและดูแลผิวอย่างถูกวิธี

เมื่อมีผื่นแดง หนา ลอกเป็นขุย หลายคนอาจกังวลว่าตนเองกำลังเผชิญกับ “โรคสะเก็ดเงิน” หรือไม่ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทราบคือ โรคสะเก็ดเงิน “ไม่ใช่โรคติดต่อ” ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ อ้างอิงจากข้อมูลทางการแพทย์ โรคสะเก็ดเงินมีหลายชนิดและมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันไป ดังนี้: โรคสะเก็ดเงิน มีกี่แบบ? สะเก็ดเงินชนิดปื้นหนา (Plaque Psoriasis): พบได้บ่อยที่สุด (ประมาณ 80-90% ของผู้ป่วย) ลักษณะเป็นผื่นแดง นูน หนา ขอบเขตชัดเจน และมีขุยสีเงินปกคลุม มักพบบริเวณข้อศอก หัวเข่า หนังศีรษะ และแผ่นหลังส่วนล่าง สะเก็ดเงินชนิดหยดน้ำ (Guttate Psoriasis): มักพบในเด็กและวัยรุ่น (ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ ลัลลลิตาคลินิก ให้การดูแลเฉพาะทางอย่างใกล้ชิด) ลักษณะเป็นผื่นแดงเล็กๆ คล้ายหยดน้ำ มักเกิดตามหลังการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลำคอ (Streptococcus) สะเก็ดเงินชนิดซอกพับ (Inverse Psoriasis): ผื่นแดง เรียบ เป็นมันเงา ไม่ค่อยมีขุย มักพบบริเวณรอยพับของร่างกาย เช่น […]
โปรแกรม Ejal 40: นวัตกรรมฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก/ ลัลลลิตาคลินิก

โปรแกรม Ejal 40: นวัตกรรมฟื้นฟูโครงสร้างผิวและเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหนังจะสูญเสียคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูรอนิกตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน และขาดความยืดหยุ่น ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์พบว่าการเติม Hyaluronic Acid ชนิดที่ไม่ได้เชื่อมโยงทางเคมี (Non-crosslinked HA) มีส่วนช่วยในการปรับปรุง Extracellular Matrix (ECM) ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่คอยพยุงเซลล์ผิว โปรแกรม Ejal 40 คืออะไร? โปรแกรม Ejal 40 คือการดูแลฟื้นฟูผิวโดยใช้ผลิตภัณฑ์ Hyaluronic Acid (HA) ชนิด Non-crosslinked บริสุทธิ์ นวัตกรรม Hybrid Stabilized HMW HA ที่ผสาน HA โมเลกุลขนาดใหญ่ 2 ขนาด (1200 & 1800 kDa) เข้าด้วยกันในความเข้มข้น 40 มก./2 มล. ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์ผลิตและได้รับการรับรองมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ […]
เป็นหูด เลเซอร์ออกเลยดีไหม? ทำไมหมอผิวหนังจึงมักแนะนำให้ “พ่นความเย็น” มากกว่าเลเซอร์ | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อมีตุ่ม “หูด (Viral Wart)” ปรากฏขึ้นบนผิวหนัง หลายท่านมักนึกถึงเทคโนโลยี “เลเซอร์” เป็นอันดับแรก เพราะเชื่อว่าเลเซอร์คือวิธีที่ทันสมัยและจัดการปัญหาผิวได้ทุกอย่าง แต่คุณทราบหรือไม่คะว่า ในทางการแพทย์ผิวหนัง สำหรับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอย่างโรคหูดนั้น เลเซอร์อาจไม่ใช่ทางเลือกแรกที่แพทย์แนะนำเสมอไป อ้างอิงจากฐานข้อมูลงานวิจัยและแนวทางการรักษามาตรฐานสากล (Cochrane Reviews และ PubMed) ทางเลือกหลักในการรักษาหูด (First-line treatment) ที่แพทย์ทั่วโลกนิยมใช้คือ การจี้ด้วยความเย็น (Cryotherapy / Liquid Nitrogen) ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ว่าทำไมการใช้ความเย็นจัดถึงได้เปรียบ และตอบโจทย์การรักษาโรคหูดได้ดีกว่าการใช้เลเซอร์ในหลายๆ กรณีค่ะ 4 เหตุผลทางการแพทย์ ทำไม “ความเย็น” ถึงเหมาะกับโรคหูด 1. ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต้านไวรัส (Cryo-immunity) โรคหูดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV กลไกของการพ่นความเย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส) ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ “ทำลาย” ก้อนหูดโดยตรงเท่านั้น แต่ความเย็นจัดจะทำให้เซลล์ที่ติดเชื้อเกิดการอักเสบเฉพาะที่ ซึ่งกระบวนการนี้เปรียบเสมือนการ […]
จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกแพ้นมวัว? สังเกต 3 สัญญาณเตือนอาการแพ้โปรตีนนมวัว | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อลูกน้อยมีอาการงอแง ร้องกวน ผิวมีผื่นแดง หรือขับถ่ายผิดปกติหลังจากทานนมวัว คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเริ่มสงสัยว่า “ลูกของเรากำลังแพ้นมวัวอยู่หรือเปล่า?” ในทางการแพทย์ ภาวะนี้เรียกว่า การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow’s Milk Protein Allergy หรือ CMPA) ซึ่งเป็นภาวะภูมิแพ้อาหารที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กทารกและเด็กเล็กค่ะ ภาวะนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทำงานผิดปกติ โดยมองว่า “โปรตีนในนมวัว” เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างปฏิกิริยาต่อต้านและแสดงอาการแพ้ออกมา ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจและเช็คสัญญาณเตือน เพื่อให้สามารถรับมือและพาลูกน้อยเข้าสู่กระบวนการประเมินได้อย่างทันท่วงทีค่ะ 3 ระบบร่างกายที่มักแสดงอาการ “แพ้นมวัว” อาการแพ้นมวัวอาจเกิดขึ้นได้ทันทีหลังทานนม (ภายในไม่กี่นาทีถึง 2 ชั่วโมง) หรือแบบค่อยเป็นค่อยไป (หลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน) โดยมักจะแสดงอาการผ่าน 3 ระบบหลัก ดังนี้ค่ะ: 1. อาการทางระบบผิวหนัง – สัญญาณเตือนที่พบบ่อยที่สุด ผิวหนังมักเป็นอวัยวะแรกที่แสดงปฏิกิริยาต่อต้านค่ะ หากลูกน้อยแพ้นมวัว คุณแม่อาจสังเกตพบ: ผื่นลมพิษ (Urticaria): อาการมักเกิดทันทีหลังทานนมภายในไม่กี่นาทีถึง 2 ชั่วโมง เป็นผื่นนูนแดง คันมาก อาการบวม (Angioedema): […]
อายุ 30 ปีขึ้นไป ควรฉีด “โบทูลินัม ท็อกซิน” ลดกรามหรือไม่? ไขข้อสงสัยปรับรูปหน้าอย่างไรไม่ให้แก้มห้อย | ลัลลลิตาคลินิก

การปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กแบบ V-Shape ด้วยการฉีด สารลดการทำงานของกล้ามเนื้อ (Botulinum Toxin) บริเวณกราม (Masseter Reduction) เป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยม หลายๆคนคิดเพียงแต่ว่าฉีดลดขนาดกรามหน้าจะเล็ก แต่“เมื่ออายุเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป การฉีดลดกรามยังเป็นวิธีที่เหมาะสมอยู่หรือไม่?” อ้างอิงจากงานวิจัยด้านกายวิภาคศาสตร์และผิวหนังคำตอบของคำถามนี้คือ “ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล” ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกกลไกความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในวัย 30+ ว่าทำไมการปรับรูปหน้าถึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ เกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างใบหน้า เมื่ออายุ 30+? เมื่อเราอายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ (Facial Aging) ได้แก่: มวลกระดูกยุบตัว: กระดูกขากรรไกรและแนวกรามเริ่มฝ่อลง ความหย่อนคล้อยของผิวและเส้นเอ็น: คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ไขมันย้ายที่: ถุงไขมันบริเวณแก้มเริ่มคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำไมฉีดลดกรามในวัย 30+ ถึงเสี่ยง “แก้มห้อย”? กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างค้ำยัน” ที่ช่วยพยุงผิวหนังและไขมันบริเวณแก้มส่วนล่างเอาไว้ ในวัย 20 ที่ผิวยังเต่งตึง การฉีดลดขนาดกล้ามเนื้อกรามจะทำให้หน้าดูเรียวขึ้นอย่างชัดเจน […]
โปรแกรม EXION กระตุ้นให้ผิวสร้าง “ไฮยาลูรอนธรรมชาติ” ได้อย่างไร? ฟื้นฟูผิวอิ่มฟูโดยไม่ต้องพึ่งเข็ม | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อพูดถึงการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอย “กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA)” คือส่วนประกอบสำคัญในชั้นผิวหนังที่ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำคอยกักเก็บน้ำ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิต HA ได้น้อยลง ทำให้ผิวดูแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอย ในอดีต การเพิ่ม HA ให้ผิวอย่างล้ำลึกมักต้องอาศัยการฉีดสารเติมเต็ม แต่ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการคิดค้น โปรแกรม EXION ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายของเรา “สร้างไฮยาลูรอนขึ้นมาได้เองตามธรรมชาติ” วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกกลไกทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังโปรแกรม EXION อว่านวัตกรรมนี้ทำงานอย่างไรผิวถึงกลับมามีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นได้ กลไกการทำงานของ โปรแกรม EXION: การผสาน 2 พลังงานเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิว ความลับของโปรแกรม EXION อยู่ที่การปล่อย 2 พลังงานลงสู่ชั้นผิวพร้อมๆ กันในหัวเดียว (Simultaneous Emission) ได้แก่ พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) และ คลื่นเสียง (Targeted Ultrasound) ซึ่งการทำงานร่วมกันนี้จะสร้างปฏิกิริยาที่เรียกว่า […]
โปรแกรมฉีดสารลดเลือนริ้วรอย (Botulinum Toxin) ควรฉีดบ่อยแค่ไหน? ไขข้อสงสัยระยะเวลาที่ปลอดภัย ป้องกันภาวะดื้อยา | ลัลลลิตาคลินิก

เมื่อพูดถึงตัวช่วยในการลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้า “โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)” หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อสั้นๆ ว่าการฉีดโบ ถือเป็นหัตถการยอดนิยมอันดับต้นๆ เพราะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ทำให้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (เช่น รอยขมวดคิ้ว รอยตีนกา) ดูจางลง และช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ หลายคนพอเห็นริ้วรอยเริ่มกลับมานิดหน่อย ก็อยากจะพุ่งตัวไปคลินิกเพื่อเติมทันที! วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกข้อมูลจากฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์เพื่อไขข้อสงสัยว่าระยะเวลาการฉีดซ้ำที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดควรเป็นอย่างไรค่ะ โบทูลินัม ท็อกซิน ออกฤทธิ์ได้นานแค่ไหน? ตามหลักสรีรวิทยาและงานวิจัยทางคลินิก โบทูลินัม ท็อกซิน ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบถาวรค่ะ โดยทั่วไปหลังจากฉีด ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ให้เห็นผลภายใน 3-7 วัน และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ระยะเวลาที่ยาออกฤทธิ์คงอยู่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 3 –6 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณยาที่ใช้ ขนาดของกล้ามเนื้อ และระบบการเผาผลาญของแต่ละบุคคล) หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ฟื้นตัวและกลับมาขยับได้ตามปกติ ริ้วรอยจึงค่อยๆ กลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้งค่ะ ควรฉีดซ้ำทุกๆ เท่าไหร่ จึงจะปลอดภัยและสวยคงที่? ทางการแพทย์ผิวหนังแนะนำให้ทำการฉีดซ้ำเมื่อยาเดิมเริ่มหมดฤทธิ์และกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาขยับได้มากแล้ว โดย ระยะเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดคือ ทุกๆ […]
แนวทางการดูแลผิวหย่อนคล้อยของใบหน้าตาม 4 ระดับความรุนแรง ลัลลลิตาคลินิก

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า คือสัญญาณแห่งวัยที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ชั้นผิวภายนอก แต่เกิดลึกถึงโครงสร้างภายใน ทั้งการลดลงของคอลลาเจน อีลาสติน การฝ่อตัวของไขมัน และความแข็งแรงของเส้นเอ็นยึดผิว (Retaining Ligaments) ที่ลดลง ทางการแพทย์ผิวหนังมีการแบ่งระดับความหย่อนคล้อย เพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก โดย พญ.นิอร บุญเผื่อน แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง (ว.33606) จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูผิวที่เหมาะสมสำหรับปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าในแต่ละระดับค่ะ ก่อนจะไปดูแนวทางการดูแล เรามาทำความรู้จักกับ 4 ระดับของความหย่อนคล้อยกันก่อนค่ะ ระดับที่ 1: ความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น (Mild Ptosis) ลักษณะ: สังเกตเห็นร่องแก้มจางๆ (Laugh lines) กรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด มักพบในกลุ่มอายุ 25-35 ปี ระดับที่ 2: ความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง (Moderate Ptosis) ลักษณะ: ร่องแก้มเห็นชัดขึ้น เริ่มมีร่องน้ำหมาก (Marionette lines) ที่มุมปาก เนื้อแก้มเริ่มหย่อนลงมาบังกรอบหน้าบางส่วน มักพบในกลุ่มอายุ 35-45 ปี ระดับที่ […]
สิวยุบแล้วหยุดยาได้ไหม? เหตุผลทางการแพทย์ที่ต้อง “รักษาสิวอย่างต่อเนื่อง” เพื่อหยุดวงจรสิวซ้ำซาก | ลัลลลิตาคลินิก

คำถามยอดฮิตในห้องตรวจคลินิกผิวหนังคือ “คุณหมอคะ ตอนนี้สิวยุบแล้ว หน้าดูใสขึ้นแล้ว ขอหยุดทายาหรือหยุดการรักษาเลยได้ไหมคะ?” หรือไม่ คนไข้ก็หายไปเฉยๆ….เมื่อสิวเพิ่งเริ่มเคลียร์ หลายท่านอาจเคยมีประสบการณ์รักษาสิว พอหน้าเริ่มดีขึ้นก็หยุดยาหรือหยุดมาคลินิก แต่ผ่านไปเพียง 1-2 เดือน สิวก็กลับมาเห่อใหม่ที่เดิมซ้ำๆ ในทางการแพทย์ผิวหนัง โรคสิวถือเป็น “โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง” (Chronic Inflammatory Skin Disease) ที่ต้องการการดูแลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องค่ะ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) หมอจะขอเล่าถึงกลไกใต้ชั้นผิวหนัง ว่าทำไมการรักษาสิวแบบ “ทำๆ หยุดๆ” ถึงเป็นข้อห้าม และทำไมการดูแลอย่างต่อเนื่องถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ผิวที่แข็งแรงในระยะยาวค่ะ 3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ทำไมจึงต้องรักษาสิวอย่างต่อเนื่อง 1. ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง และสิวที่มองไม่เห็น (Microcomedones) สิ่งที่เรามองเห็นบนใบหน้า (สิวอักเสบ สิวอุดตัน) เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นค่ะ งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ก่อนที่สิวจะผุดขึ้นมาให้เราเห็น มันได้ก่อตัวอยู่ใต้ผิวหนังในระยะที่เรียกว่า “Microcomedone” (การอุดตันขนาดจิ๋วที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) มานานถึง 8-12 สัปดาห์แล้ว! ดังนั้น เมื่อสิวบนหน้ายุบลง ไม่ได้แปลว่าใต้ผิวจะไม่มีสิวซ่อนอยู่ การหยุดรักษากะทันหัน จะทำให้ Microcomedone […]