ลัลลลิตาคลินิก ผิวหนัง ความงาม โรคเด็กและวัคซีน

อายุ 30 ปีขึ้นไป ควรฉีด “โบทูลินัม ท็อกซิน” ลดกรามหรือไม่? ไขข้อสงสัยปรับรูปหน้าอย่างไรไม่ให้แก้มห้อย | ลัลลลิตาคลินิก

อายุ-30-ลดกราม

การปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กแบบ V-Shape ด้วยการฉีด สารลดการทำงานของกล้ามเนื้อ (Botulinum Toxin) บริเวณกราม (Masseter Reduction) เป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยม หลายๆคนคิดเพียงแต่ว่าฉีดลดขนาดกรามหน้าจะเล็ก แต่“เมื่ออายุเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป การฉีดลดกรามยังเป็นวิธีที่เหมาะสมอยู่หรือไม่?”

อ้างอิงจากงานวิจัยด้านกายวิภาคศาสตร์และผิวหนังคำตอบของคำถามนี้คือ “ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล” ค่ะ วันนี้ ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาเจาะลึกกลไกความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าในวัย 30+ ว่าทำไมการปรับรูปหน้าถึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ

เกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างใบหน้า เมื่ออายุ 30+?

เมื่อเราอายุมากขึ้น โครงสร้างใบหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ (Facial Aging) ได้แก่:

  1. มวลกระดูกยุบตัว: กระดูกขากรรไกรและแนวกรามเริ่มฝ่อลง
  2. ความหย่อนคล้อยของผิวและเส้นเอ็น: คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น
  3. ไขมันย้ายที่: ถุงไขมันบริเวณแก้มเริ่มคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง

ทำไมฉีดลดกรามในวัย 30+ ถึงเสี่ยง “แก้มห้อย”?

กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้างค้ำยัน” ที่ช่วยพยุงผิวหนังและไขมันบริเวณแก้มส่วนล่างเอาไว้

ในวัย 20 ที่ผิวยังเต่งตึง การฉีดลดขนาดกล้ามเนื้อกรามจะทำให้หน้าดูเรียวขึ้นอย่างชัดเจน แต่ในวัย 30+ ที่ผิวเริ่มมีความหย่อนคล้อยซ่อนอยู่ หากแพทย์ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามมากเกินไป โครงสร้างค้ำยันผิวจะหายไปกะทันหัน ส่งผลให้ผิวหนังและไขมันที่เคยถูกกล้ามเนื้อดันไว้ “ยุบตัวและตกลงมา” เกิดเป็นภาวะ แก้มห้อยย้อย (Jowling) หรือร่องน้ำหมากดูชัดเจนขึ้น ทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากกว่าเดิมค่ะ

สรุปแล้ว วัย 30+ ควรฉีดลดกรามหรือไม่?

คำตอบคือ “สามารถทำได้ แต่ต้องประเมินอย่างละเอียดและทำอย่างระมัดระวัง” ค่ะ แพทย์จะต้องแยกว่า ความกว้างของใบหน้าส่วนล่างเกิดจากอะไร? และแนะนำให้เข้าใจ

  • หากเกิดจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่จริง: แพทย์อาจพิจารณาฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนกล้ามเนื้อลีบแบนเกินไป เพื่อรักษาสมดุลของรูปหน้า
  • หากเกิดจากผิวหย่อนคล้อยและไขมันคล้อยต่ำ: การฉีดลดกรามอย่างเดียวจะไม่ตอบโจทย์ แพทย์จะแนะนำให้ใช้เทคโนโลยียกกระชับผิว (เช่น คลื่นวิทยุพลังงานสูง หรือ เครื่องยกกระชับชั้น SMAS) เพื่อดึงหน้าให้ตึงกระชับขึ้น ซึ่งจะช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดและเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติกว่าค่ะ
  • หากเกิดจากกระดูกขากรรไกรที่กว้าง ไม่ใช่กล้ามเนื้อ: การฉีดลดกรามจะไม่ตอบโจทย์เช่นกัน กรณีนี้อาจจะต้องพิจารณามากขึ้น อาจจะพิจารณาวัด golden ratio ซึ่งขึ้นกับแต่ละบุคคลเช่น ปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมพลาสติกแก้ไขโครงสร้างใบหน้า หรือเติมฟิลเลอร์คางเพื่อให้สัดส่วนและมุมของใบหน้าได้รูปมากขึ้น

การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง คือหัวใจสำคัญ

ใบหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การปรับรูปหน้าที่ดีที่สุดคือการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach) ค่ะ ทุกการรับบริการที่ลัลลลิตาคลินิก จะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังคุณหมอจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และประเมินความหย่อนคล้อยของผิวก่อนเสมอ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ ปลอดภัย และป้องกันปัญหาแก้มห้อยในอนาคตค่ะ

  • ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์และการดูแลผิวพรรณเท่านั้น
  • ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
  • ควรปรึกษาและรับการประเมินจากแพทย์ประจำสถานพยาบาลก่อนรับบริการทุกครั้ง

💬 ปรึกษาปัญหาปรับรูปหน้า วิเคราะห์ความหย่อนคล้อย หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:

🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)

📞 Tel: 086-353-4562

📱 Line OA: @lullalitaclinic

🌐 Website: www.lullalitaskin.com

เเชร์โพสต์นี้
Facebook
Twitter
LinkedIn