เมื่อลูกน้อยแรกเกิดหรือในช่วงสัปดาห์แรกๆ มีตุ่มแดงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รีปรากฏขึ้นบนผิวหนัง คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักจะตกใจและกังวลใจอย่างมาก ในทางการแพทย์ผิวหนังเด็ก เราเรียกภาวะนี้ว่า “เนื้องอกหลอดเลือดในเด็ก” ค่ะ
ข่าวดีคือ เนื้องอกหลอดเลือดส่วนใหญ่มักไม่มีอันตราย และสามารถ “ค่อยๆ ยุบตัวลงได้เอง” เมื่อเด็กโตขึ้น แต่ก็มีเนื้องอกหลอดเลือดบางกลุ่มที่อยู่ใน “ตำแหน่งอันตราย” หรือมี “ภาวะแทรกซ้อน” ที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามใช้คำว่า “รอดูอาการ” หรือ “รอให้ยุบเอง” เด็ดขาดค่ะ
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มาสรุปเป็นสัญญาณเตือน (Red Flags) เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีค่ะ
5 สัญญาณเตือนของปานแดง (เนื้องอกหลอดเลือด) ที่ต้องรีบพบแพทย์
หากเนื้องอกหลอดเลือดของลูกน้อยมีลักษณะหรืออยู่ในตำแหน่งดังต่อไปนี้ ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังโดยเร็วที่สุดค่ะ:
1. เนื้องอกหลอดเลือดอยู่บริเวณ “รอบดวงตา” นี่คือตำแหน่งที่ต้องระวังมากที่สุดค่ะ หากก้อนเนื้อโตขึ้นจนไปเบียดลูกตา หรือบดบังการมองเห็นแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เด็กเกิดภาวะสายตาเอียง หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็น “โรคตาขี้เกียจ” และสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ หากพบที่เปลือกตาหรือหัวตา ต้องรีบประเมินการรักษาทันทีค่ะ
2. เนื้องอกหลอดเลือดบริเวณ “กราม คาง ลำคอ” ก้อนเนื้อที่กระจายตัวอยู่บริเวณคาง ขากรรไกร หรือลำคอ (ลักษณะคล้ายรอยเครา) เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีเนื้องอกหลอดเลือดซ่อนตัวอยู่ใน “ทางเดินหายใจ” ซึ่งหากปล่อยให้ก้อนโตขึ้น อาจไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เด็กหายใจเสียงดัง หายใจลำบาก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินและอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
3. มีแผลเปื่อย มีเลือดออก หรืออยู่บริเวณที่เสียดสีบ่อย เนื้องอกหลอดเลือดที่บริเวณ ริมฝีปาก (เสียดสีเวลาดูดนม), ซอกพับลำคอ, ข้อพับต่างๆ หรือ บริเวณที่ใส่ผ้าอ้อม (ก้นและขาหนีบ) มีความเสี่ยงสูงมากที่ก้อนเนื้อจะปริแตก เป็นแผลเปื่อย (Ulceration) และมีเลือดออก ภาวะนี้จะทำให้เด็กเจ็บปวดทรมาน งอแง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่ายมากค่ะ
4. มีปานแดงขนาดเล็กกระจายตามตัว “ตั้งแต่ 5 จุดขึ้นไป” หากคุณแม่สังเกตเห็นตุ่มเนื้องอกหลอดเลือดกระจายตามผิวหนังของลูกตั้งแต่ 5 ตำแหน่งขึ้นไป กุมารแพทย์จำเป็นต้องทำการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องเพิ่มเติมค่ะ เพราะมีความเสี่ยงที่เด็กอาจมีเนื้องอกหลอดเลือดซ่อนอยู่ในอวัยวะภายใน เช่น ตับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะภายในได้
5. ก้อนเนื้องอกโตเร็วผิดปกติในช่วง 1-3 เดือนแรก ธรรมชาติของโรคนี้จะมีการโตเร็วในช่วง 3-5 เดือนแรก แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าก้อนเนื้อขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนผิดสังเกต หรือมีก้อนนูนใหญ่มากบริเวณปลายจมูก ควรรีบพบแพทย์เพื่อใช้ยาสกัดกั้นการเจริญเติบโต ก่อนที่ก้อนเนื้อจะไปทำลายกระดูกอ่อนหรือทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่เมื่อยุบตัวลงค่ะ
- ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวพรรณของทารกและเด็กเล็กเท่านั้น
- ผลจากการรับบริการหรือการใช้ยารักษา เป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
- การใช้ยารับประทานในเด็กทารก ต้องอยู่ภายใต้การประเมิน การคำนวณขนาดยา และการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์เฉพาะทางที่สถานพยาบาลเท่านั้น
💬 ปรึกษาปัญหาปานแดงในเด็ก เนื้องอกหลอดเลือด หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:
🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)
📞 Tel: 086-353-4562
📱 Line OA: @lullalitaclinic
🌐 Website: www.lullalitaskin.com


