ลัลลลิตาคลินิก ผิวหนัง ความงาม โรคเด็กและวัคซีน

ทาสกินแคร์แพงๆ แต่ผิวไม่ดีขึ้น? ไขความลับการทาครีม VS การใช้เครื่องผลักยา (Program Viora Infusion) ต่างกันอย่างไร | ลัลลลิตาคลินิก

Viora Infusion

หลายท่านคงเคยประสบปัญหาลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) ที่มีส่วนผสมระดับพรีเมียม แต่ทาไปแล้วกลับรู้สึกว่า “ครีมไม่ซึมเข้าผิว” หรือ “ผิวไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง” เท่าที่ควร

สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างผิวหนังของเราที่มีกลไกป้องกันตัวเองที่เรียกว่า “เกราะป้องกันผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum)” ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอม รวมถึงสารบำรุงโมเลกุลใหญ่ ซึมผ่านลงไปสู่ผิวชั้นลึกได้ง่ายๆ ค่ะ

ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพามาทำความเข้าใจว่า การทาครีมด้วยวิธีปกติ  ต่างจากการนำส่งวิตามินด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ อย่าง “เครื่องผลักยา Viora Infusion” อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกวิธีดูแลผิวได้อย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ

ข้อจำกัดของการ “ทาครีมบำรุงตามปกติ” (Topical Application)

การทาครีม โลชั่น หรือเซรั่มด้วยมือ เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่จำเป็นในการดูแลผิวค่ะ แต่ในทางวิทยาศาสตร์ สารออกฤทธิ์ (Active Ingredients) ส่วนใหญ่จะเคลือบอยู่เพียง “ผิวชั้นหนังกำพร้าด้านบน” เท่านั้น มีเพียงสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กมากๆ เท่านั้นที่จะซึมผ่านลงไปได้ การทาครีมจึงเหมาะสำหรับการให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิวชั้นนอกเป็นหลัก แต่อาจไม่ตอบโจทย์หากต้องการฟื้นฟูผิวจากปัญหาที่อยู่ในผิวชั้นลึก เช่น รอยฝ้า จุดด่างดำฝังลึก หรือผิวขาดน้ำอย่างรุนแรง

การใช้ “เครื่องผลักยา” (Viora Infusion) คืออะไร? นำส่งยาเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างไร?

เพื่อข้ามข้อจำกัดของการทาครีม วงการแพทย์ผิวหนังจึงพัฒนาเทคโนโลยีการนำส่งยาเข้าสู่ผิวหนัง (Transdermal Drug Delivery) โดยไม่ต้องใช้เข็มฉีดยา นวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับคือ เทคโนโลยี Electroporation หรือ Ionwave™ ซึ่งเป็นกลไกหลักของเครื่อง Viora Infusion ค่ะ

กลไกการทำงานตามหลักวิทยาศาสตร์: เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าประจุต่ำๆ (Electrical pulses) ลงบนผิวหนังอย่างแม่นยำ กระแสไฟฟ้านี้จะไปทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ชั่วคราว ทำให้เกิด “ช่องว่างขนาดไมครอน (Micro-channels)” เล็กๆ ขึ้นที่เยื่อหุ้มเซลล์

ช่องว่างเหล่านี้เปรียบเสมือน “ประตูที่ถูกเปิดออก” ทำให้เราสามารถผลักวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ หรือกรดไฮยาลูรอนิก ที่มีโมเลกุลใหญ่ ให้ซึมลึกลงไปถึงผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปริมาณมากกว่าการทาด้วยมือหลายเท่าตัว และเมื่อเครื่องหยุดปล่อยคลื่น ประตูเซลล์เหล่านี้ก็จะปิดกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างปลอดภัยค่ะ

Facial Treatment

สรุปข้อดีของการฟื้นฟูผิวด้วยเครื่อง Viora Infusion

  1. ซึมลึกกว่า: นำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้ดีกว่าการทาด้วยมือ
  2. ไม่เจ็บ ไม่มีแผล (Non-invasive): เป็นทางเลือกทดแทนสำหรับผู้ที่กลัวเข็มฉีดยา (Mesotherapy)
  3. ปลอดภัย: ไม่ทำลายโครงสร้างเกราะป้องกันผิว
  4. ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะจุด: สามารถเลือกสูตรวิตามินให้เหมาะกับปัญหาผิวได้ เช่น สูตรเพิ่มความกระจ่างใส สูตรลดรอยสิว หรือสูตรเติมน้ำให้ผิว

การวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างตรงจุด ที่ ลัลลลิตาคลินิก การผลักวิตามินจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเลือกตัวยาที่เหมาะสมกับสภาวะผิวในขณะนั้นค่ะ ทุกการรับบริการที่ลัลลลิตาคลินิก จะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอจะทำการตรวจประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อเลือกสูตรตัวยาและกำหนดค่าพลังงานของเครื่องให้เหมาะสม เพื่อการฟื้นฟูผิวที่ปลอดภัยและตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณอย่างตรงจุดที่สุดค่ะ

 

  • ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการนำส่งยาทางผิวหนังด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์เท่านั้น
  • ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือการทำทรีตเมนต์ เป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
  • ควรปรึกษาและรับการประเมินจากแพทย์ประจำสถานพยาบาลก่อนรับบริการทุกครั้ง

💬 ปรึกษาปัญหาผิวหน้า ฟื้นฟูผิว หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:

🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)

📞 Tel: 086-353-4562

📱 Line OA: @lullalitaclinic

🌐 Website: www.lullalitaskin.com

เเชร์โพสต์นี้
Facebook
Twitter
LinkedIn