เมื่ออายุเข้าสู่เลข 3 ปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้หลายๆ ท่านคงหนีไม่พ้น “ความหย่อนคล้อยของใบหน้า” (Facial Ptosis หรือ Sagging) ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้มที่เริ่มลึกขึ้น กรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม หรือแก้มที่ดูห้อยย้อยลงมา
หลายคนมักเข้าใจว่าความหย่อนคล้อยเกิดจาก “ผิวหนังชั้นนอกที่เหี่ยวย่น” เพียงอย่างเดียว แต่ในทางการแพทย์ผิวหนังและศัลยศาสตร์ตกแต่ง กระบวนการชราภาพของใบหน้า (Facial Aging) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบ เกิดขึ้นลึกลงไปในทุกชั้นโครงสร้างของใบหน้าเลยค่ะ
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง และมาเช็กระดับความรุนแรงของความหย่อนคล้อย เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลรักษาอย่างตรงจุดค่ะ
4 สาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าเกิดความหย่อนคล้อย
1. การยุบตัวของกระดูกโครงหน้า เมื่ออายุมากขึ้น มวลกระดูกทั่วร่างกายรวมถึงกระดูกโครงหน้าจะค่อยๆ ฝ่อและยุบตัวลง โดยเฉพาะบริเวณ กระดูกเบ้าตา กระดูกโหนกแก้ม และกระดูกขากรรไกร (ขอบหน้า) เปรียบเสมือน “เสาเข็มของบ้านที่ทรุดตัว” ทำให้เนื้อเยื่อและผิวหนังที่เคยเกาะอยู่บนกระดูก คล้อยตัวตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง
2. ไขมันฝ่อตัวและเคลื่อนที่คล้อยลง บนใบหน้าของเราจะมีถุงไขมัน (Fat pads) กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ เมื่อเรายังเด็ก ไขมันเหล่านี้จะเต่งตึงและอยู่ถูกที่ถูกทาง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบางจุดจะ “ฝ่อตัวลง” (เช่น บริเวณขมับ และใต้ตา ทำให้หน้าดูตอบ) ในขณะที่ไขมันบางจุดจะ “ไหลคล้อยลงมากองรวมกันด้านล่าง” (เช่น บริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และเหนียงใต้คาง)
3. ความหย่อนยานของเส้นเอ็นยึดเกาะผิวและชั้น SMAS (Ligament & SMAS Laxity) ชั้น SMAS คือชั้นรอยต่อระหว่างกล้ามเนื้อและไขมัน และมีเส้นเอ็น (Retaining Ligaments) ที่ทำหน้าที่เหมือน “สลิง” ขึงใบหน้าให้ตึงกระชับ เมื่อกาลเวลาผ่านไป สลิงเหล่านี้จะยืดออกและสูญเสียความตึงเครียด ทำให้ใบหน้าทั้งหมดดูตกและแก้มห้อยลงมา
4. ชั้นผิวหนังสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ในผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) กระบวนการสร้างคอลลาเจน (ความแน่นฟู) และอีลาสติน (ความยืดหยุ่น) จะลดลงตามธรรมชาติปีละประมาณ 1-2% ทำให้ผิวบางลง แห้งกร้าน และไม่สามารถพยุงโครงสร้างต่างๆ ไว้ได้เหมือนเดิม
เช็กเลย! ระดับความหย่อนคล้อยของใบหน้า (Grading Severity)
ในทางการแพทย์ มีการประเมินระดับความรุนแรงของความหย่อนคล้อย (อ้างอิงจาก Clinical Grading Scales) เพื่อใช้วางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้ค่ะ:

- ระดับที่ 1: ความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น (Mild Ptosis)
- ลักษณะ: สังเกตเห็นร่องแก้ม (Nasolabial folds) บางๆ เริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ เมื่อแสดงสีหน้า ผิวเริ่มไม่กระชับเท่าที่ควร แต่องค์ประกอบโดยรวมของกรอบหน้า (Jawline) ยังดูชัดเจน
- ระดับที่ 2: ความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง (Moderate Ptosis)
- ลักษณะ: ร่องแก้มลึกและเห็นชัดเจนขึ้นแม้ไม่ยิ้ม เริ่มมี “ร่องน้ำหมาก (Marionette lines)” ที่มุมปาก และไขมันบริเวณแก้มเริ่มคล้อยตกลงมาบดบังกรอบหน้าบางส่วน (Early Jowling) ทำให้กรอบหน้าดูไม่คมชัด
- ระดับที่ 3: ความหย่อนคล้อยระดับรุนแรง (Severe Ptosis)
- ลักษณะ: ร่องแก้มและร่องน้ำหมากตกลึกชัดเจน แก้มห้อยย้อยลงมาเลยขอบกราม (Significant Jowling) ผิวหนังบริเวณคอเริ่มหย่อนคล้อย และใบหน้าช่วงกลาง (Midface) ดูตอบแบนลงอย่างเห็นได้ชัด
- ระดับที่ 4: ความหย่อนคล้อยระดับรุนแรงมาก (Very Severe Ptosis)
- ลักษณะ: โครงสร้างใบหน้าตกลงอย่างมาก ผิวหนังบางและเหี่ยวย่นชัดเจน สูญเสียรูปทรงของกรอบหน้าและลำคอโดยสิ้นเชิง ซึ่งมักเกิดจากการที่กระดูกทรุดตัวและเส้นเอ็นหย่อนยานขั้นสุด
รับมือกับความหย่อนคล้อยอย่างตรงจุด ที่ ลัลลลิตาคลินิก
เพราะความหย่อนคล้อยของแต่ละคน เกิดจากสาเหตุที่อยู่ใน “ชั้นผิว” ที่แตกต่างกัน การจะดูแลให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืน จึงจำเป็นต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดค่ะ
ทุกการรับบริการที่ลัลลลิตาคลินิก จะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอจะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเพื่อประเมินว่าความหย่อนคล้อยของคุณอยู่ในระดับใด และวางแผนการใช้เทคโนโลยีหรือหัตถการทางการแพทย์ที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลค่ะ
- ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสุขภาพและกายวิภาคศาสตร์ผิวพรรณเท่านั้น
- การประเมินระดับความหย่อนคล้อยเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ควรได้รับการตรวจประเมินรอยโรคจริงโดยแพทย์
- ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
💬 ปรึกษาปัญหารูปหน้า ความหย่อนคล้อย หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:
🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)
📞 Tel: 086-353-4562
📱 Line OA: @lullalitaclinic
🌐 Website: www.lullalitaskin.com


