โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis หรือ Eczema) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยมากทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
อาการเด่นคือผิวแห้ง แดง ลอก และมีอาการคันอย่างรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน คำถามที่ผู้ป่วยและคุณพ่อคุณแม่มักกังวลใจและสอบถามแพทย์ผิวหนังอยู่เสมอคือ “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีโอกาสหายขาดได้หรือไม่?“
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์มาไขข้อสงสัย พร้อมเจาะลึกถึงปัจจัยที่มีผลต่อตัวโรค เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรับมือและดูแลผิวได้อย่างถูกต้องค่ะ
คำถามพบบ่อย: โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มีโอกาสหายขาดหรือไม่?
คำตอบ: ในทางการแพทย์ “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังถือเป็นโรคเรื้อรัง” จึงอาจไม่สามารถใช้คำว่าหายขาด (100% Cure) ได้ในทุกรายค่ะ แต่ข่าวดีคือ อาการของโรคสามารถ “สงบลงได้ในระยะยาว (Long-term remission)”
คำถามพบบ่อย: โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มีโอกาสหายขาดกี่เปอร์เซ็นต์?
คำตอบ: ในทางการแพทย์ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจัดเป็น “โรคอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammatory Disease)” จึงไม่ใช้คำว่าหายขาด 100% แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีภาวะ “โรคสงบ (Remission)” โดยอ้างอิงจากงานวิจัยด้านระบาดวิทยา พบสถิติดังนี้ค่ะ:
-
60% – 70% ของผู้ป่วยเด็ก: อาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมักจะค่อยๆดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเข้าสู่ระยะโรคสงบเมื่อโตขึ้นเข้าสู่วัยเรียนหรือวัยรุ่น (ช่วงอายุ 12-15 ปี)
-
20% – 30% ของผู้ป่วยเด็ก: อาการอาจคงอยู่และดำเนินโรคเรื้อรังต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ (Persistent AD)
-
10% – 25% ของผู้ป่วยผู้ใหญ่: พบว่าเพิ่งมาเริ่มมีอาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนังครั้งแรกในตอนโต (Adult-onset Atopic Dermatitis) โดยที่ไม่เคยเป็นในวัยเด็กมาก่อน
เจาะลึก 3 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อความรุนแรงและการกำเริบของโรค (Pathophysiological Factors) การที่โรคจะสงบลงหรือเรื้อรังนั้น ขึ้นอยู่กับกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนร่วมกัน ดังนี้ค่ะ:
-
ปัจจัยด้านพันธุกรรมและเกราะป้องกันผิว (Genetics & Skin Barrier) งานวิจัยระบุว่าความผิดปกติของยีนที่สร้างโปรตีน “ฟิลแลกกริน (Filaggrin – FLG)” ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในการอุ้มน้ำและจัดเรียงเซลล์ผิว มีผลอย่างมากต่อโรคนี้
-
สถิติ: พบการกลายพันธุ์ของยีน FLG สูงถึง 20% – 30% ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง
-
ผลกระทบ: ผู้ที่มีความผิดปกติของยีนนี้ ผิวจะสูญเสียน้ำระเหยออกง่าย (High TEWL) ทำให้ผิวแห้งจัด และมีโอกาสที่โรคจะเรื้อรังไปจนโตสูงกว่าคนทั่วไป
-
ปัจจัยด้านความไม่สมดุลของจุลชีพบนผิวหนัง (Skin Microbiome Dysbiosis) ผิวหนังของเรามีแบคทีเรียอาศัยอยู่ แต่ในผู้ป่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง จะมีความผิดปกติของสมดุลแบคทีเรียอย่างชัดเจน
-
สถิติ: งานวิจัยพบว่า แบคทีเรียก่อโรคชนิด Staphylococcus aureus (S. aureus) จะเพิ่มจำนวนและเกาะติดพบบนรอยผื่นในช่วงที่โรคกำเริบสูงถึง 90% (ในขณะที่คนผิวปกติพบเพียง 5%)
-
ผลกระทบ: สารพิษจากแบคทีเรียตัวนี้จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้มีอาการคันอย่างรุนแรง การควบคุมปริมาณเชื้อนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษา
-
ปัจจัยด้านระบบภูมิคุ้มกันไวเกิน (Immune System Dysregulation) ระบบภูมิคุ้มกันชนิด Th2 Pathway ของผู้ป่วยจะตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นไวกว่าปกติ โดยจะหลั่งสารอักเสบ (เช่น Interleukin-4 และ 13) ออกมามากเกินไปเมื่อเจอกับปัจจัยกระตุ้นภายนอก เช่น ไรฝุ่น (พบว่าผู้ป่วยกว่า 50% มีอาการกำเริบเมื่อสัมผัสไรฝุ่น) อากาศที่เปลี่ยนรุนแรง หรือความเครียด

เป้าหมายการรักษาที่มุ่งเน้นความปลอดภัย ที่ ลัลลลิตาคลินิก แม้ตัวเลขสถิติจะบ่งบอกว่าโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง แต่ด้วยนวัตกรรมการแพทย์ในปัจจุบัน เราสามารถควบคุมโรคให้สงบและผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลักการสำคัญในการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังคือ การลดการอักเสบในช่วงที่กำเริบ และการเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงในระยะยาวเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นค่ะ
ทุกการรับบริการจะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอจะตรวจประเมินรอยโรคอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยกระตุ้นเฉพาะบุคคล (Personalized Triggers) และวางแผนการรักษาที่ครอบคลุม ทั้งการใช้ยาทาลดการอักเสบอย่างปลอดภัย การควบคุมแบคทีเรียบนผิว และการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ทางการแพทย์เพื่อเสริมโปรตีน Filaggrin ให้เกราะป้องกันผิวกลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืนค่ะ
-
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวพรรณเท่านั้น
-
โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเป็นโรคเรื้อรัง ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์รวมถึงระยะเวลาที่โรคสงบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
-
ควรรับการประเมินสภาพผิวจากแพทย์ประจำสถานพยาบาล เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
ปรึกษาปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผิวแพ้ง่าย หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง
ได้ที่: 🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)
📞 Tel: 086-353-4562, 093-223-8633
📱 Line OA: @lullalitaclinic
🌐 Website: www.lullalitaskin.com
เอกสารอ้างอิง (References)
-
Abuabara K, Margolis DJ, Langan SM. The long-term course of atopic dermatitis. Dermatol Clin. 2017;35(3):291-297.
-
Kim J, Kim BE, Leung DYM. Pathophysiology of atopic dermatitis: Clinical implications. Allergy Asthma Proc. 2019;40(2):84-92.
-
van Zuuren EJ, Fedorowicz Z, Christensen R, Lavrijsen A, Arents BW. Emollients and moisturisers for eczema. Cochrane Database Syst Rev. 2017;2(2):CD012119.
-
Langan SM, Irvine AD, Weidinger S. Atopic dermatitis. Lancet. 2020;396(10247):345-360.


