เมื่อเกิดอาการแพ้หลังจากการทำสวยที่ร้านทำเล็บ คำถามแรกที่แพทย์ผิวหนังมักจะถามคนไข้คือ “ทำเล็บประเภทไหนมาคะ?“ นั่นเป็นเพราะสีทาเล็บแต่ละประเภท มีส่วนผสมทางเคมีและกลไกการทำให้สีแห้งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อชนิดของ “สารก่อภูมิแพ้ (Allergens)” และ “ตำแหน่งที่เกิดอาการแพ้” บนร่างกายค่ะ
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับประเภทของสีทาเล็บในปัจจุบัน และความสัมพันธ์กับโรคผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) ค่ะ
คำถามพบบ่อย: สีทาเล็บเจลกับสีธรรมดา ทำให้เกิดอาการแพ้ต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: สีทาเล็บเจล มักมีสารกลุ่ม “อะคริเลต (Acrylates)” เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมักก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง “บริเวณนิ้วมือ จมูกเล็บ และทำให้เล็บร่อน” ในขณะที่สีทาเล็บธรรมดา จะใช้สารกลุ่ม “เรซิน (Resins)” เป็นตัวเคลือบเงา ซึ่งมักไม่ค่อยแสดงอาการที่มือ แต่จะก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้ “บริเวณเปลือกตา หรือใบหน้า” จากการที่เราเผลอนำมือไปสัมผัสหรือขยี้ตานั่นเองค่ะ
| ประเภทของสีทาเล็บ | กลไกการทำให้สีแห้ง | สารก่อภูมิแพ้หลักที่ต้องระวัง | บริเวณที่มักเกิดอาการแพ้ (ลักษณะการแพ้) |
| 1. สีทาเล็บธรรมดา (Regular Polish) | แห้งได้เองจากการระเหยของตัวทำละลายเมื่อสัมผัสอากาศ | สารเคลือบเงาตระกูลเรซิน เช่น Tosylamide/formaldehyde resin (TSFR) หรือ Epoxy resin | บริเวณใบหน้า เปลือกตา หรือลำคอ (มักเกิดจากเผลอนำมือไปขยี้ตา ทำให้ตาบวม คันเปลือกตา ไม่ค่อยเกิดที่มือ) |
| 2. สีทาเล็บเจล (Gel Polish) | ไม่แห้งเอง ต้องอบแสง UV หรือ LED เพื่อกระตุ้นให้สีแข็งตัว | สารกลุ่มอะคริเลต (Acrylates / Methacrylates) โดยเฉพาะสาร HEMA | บริเวณปลายนิ้วมือ และจมูกเล็บ (ผิวรอบเล็บอักเสบ บวม แดง ลอก คันรุนแรง หรือรุนแรงจนเล็บร่อนจากฐาน) |
| 3. เล็บอะคริลิค / สีจุ่มผง (Acrylic & Dip Powders) | เกิดจากการผสมของเหลวกับผงโพลิเมอร์ หรือใช้กาวทาแล้วจุ่มผงสี | Ethyl methacrylate (EMA) และสารกลุ่มกาว เช่น Cyanoacrylate | บริเวณปลายนิ้วมือ และผิวหนังที่สัมผัสสารโดยตรง (ผิวหนังอักเสบ บวมแดง คล้ายการแพ้สีเจล) |
| 4. สีทาเล็บสูตรน้ำ / ทางเลือก (Water-based / 5-Free) | ใช้น้ำเป็นตัวทำละลายแทนสารเคมี หรือเป็นสูตรที่ตัดสารเคมีอันตรายออก | มีความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่อาจพบการแพ้สารกันเสียบางชนิดในสูตรน้ำได้บ้าง | พบอาการแพ้ได้น้อยมาก (เหมาะสำหรับเด็ก ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือสตรีมีครรภ์) |
ดูแลและรักษาอาการแพ้สารเคมีทำเล็บอย่างปลอดภัย ที่ ลัลลลิตาคลินิก หากคุณมีอาการต้องสงสัยว่ากำลังแพ้สารเคมีจากการทำเล็บ การหยุดรับบริการและรีบล้างสีทาเล็บออกคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดค่ะ

ทุกการรับบริการจะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอจะทำการซักประวัติเพื่อเชื่อมโยงประเภทของการทำเล็บกับรอยโรค ประเมินความรุนแรงของอาการ และวางแผนการรักษาด้วยยาทาลดการอักเสบที่ปลอดภัย ตรงจุด เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวและรักษาฐานเล็บให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ค่ะ
-
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินอาการแพ้สารเคมีทางผิวหนังเท่านั้น
-
ผลจากการเข้ารับการตรวจรักษา เป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และระยะเวลาการฟื้นฟูของผิวและเล็บอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
-
หากมีอาการปวด บวม แดง มีตุ่มน้ำ เล็บร่อน หรือตาบวมรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ประจำสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมินและการรักษา
ปรึกษาปัญหาโรคผิวหนัง เล็บผิดปกติ อาการแพ้ หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)
Tel: 086-353-4562, 093-223-8633
Line OA: @lullalitaclinic
Website: www.lullalitaskin.com
ข้อมูลอ้างอิง (References)
-
Chou M, et al. Contact dermatitis to acrylates in nail cosmetics: a systematic review and meta-analysis. Contact Dermatitis. 2023;88(5):341-352.
-
Rieder EA, Tosti A. Cosmetically induced disorders of the nail with update on contemporary nail manicures. J Am Acad Dermatol. 2016;74(4):601-610.
-
Reeder MJ. Allergic Contact Dermatitis to Nail Cosmetics. Dermatol Clin. 2020;38(3):371-377.
-
Uter W, et al. Contact allergy to epoxy resin: Current data from the Information Network of Departments of Dermatology (IVDK). Contact Dermatitis. 2021;84(2):89-97.


