หลายท่านอาจเคยประสบปัญหา หรือพบว่าลูกน้อยมีอาการ “เล็บเป็นรอยบุ๋ม เล็บร่อน หรือหลุดลอกออกมาจากโคนเล็บ” อาการนี้มักสร้างความตกใจและกังวลใจอย่างมาก ในทางการแพทย์ผิวหนัง เราเรียกภาวะนี้ว่า “Onychomadesis” (โอนิโคมาดีซิส) ค่ะ
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ชวนมาทำความรู้จักว่าภาวะเล็บหลุดจากโคนนี้เกิดจากอะไร เป็นอันตรายหรือไม่ และควรดูแลอย่างไรให้เล็บกลับมาสวยสุขภาพดีดังเดิมค่ะ
- Onychomadesis คืออะไร? ภาวะ Onychomadesis คือ การที่แผ่นเล็บ (Nail plate) แยกตัวออกจากฐานรากเล็บ (Nail matrix) ซึ่งอยู่บริเวณโคนเล็บ ส่งผลให้เกิดช่องว่างหรือรอยบุ๋มลึกที่โคนเล็บ และเมื่อเวลาผ่านไป เล็บใหม่ที่งอกขึ้นมาจะค่อยๆ ดันเล็บเก่าที่แล้วให้หลุดลอกออกไปในที่สุดค่ะ
- สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเล็บหลุด ภาวะนี้เกิดจากการที่ “เซลล์ที่สร้างเล็บหยุดการเจริญเติบโตชั่วคราว” ซึ่งมักถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ:
- การติดเชื้อไวรัส (พบบ่อยที่สุดในเด็ก): โดยเฉพาะ “โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD)” งานวิจัยพบว่าเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก (โดยเฉพาะจากเชื้อ Coxsackievirus A6) มักจะมีภาวะเล็บหลุดตามมาหลังจากหายป่วยแล้วประมาณ 1-2 เดือน ถือเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและไม่อันตรายค่ะ
- การเจ็บป่วยรุนแรง หรือมีไข้สูง: เช่น โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) ร่างกายที่เผชิญกับความเครียดอย่างหนักหรือไข้สูง จะดึงสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนสำคัญ ทำให้การสร้างเล็บหยุดชะงัก
- การกระทบกระเทือน: เล็บโดนกระแทก โดนทับ หรือการใส่รองเท้าที่บีบรัดแน่นเกินไป
- การแพ้ยาหรือได้รับสารเคมี: ยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด หรือการแพ้สารเคมีรุนแรง
วิธีการดูแลเมื่อเกิดภาวะเล็บหลุด (Onychomadesis) ข่าวดีก็คือ ภาวะนี้ส่วนใหญ่ “สามารถหายได้เอง” ค่ะ เมื่อปัจจัยกระตุ้นหมดไป รากเล็บจะกลับมาสร้างเล็บใหม่ตามปกติ โดยมีวิธีดูแลดังนี้ค่ะ:
- ห้ามดึง ห้ามแกะเล็บเด็ดขาด: ควรปล่อยให้เล็บเก่าค่อยๆ หลุดไปเอง การดึงอาจทำให้เลือดออก รากเล็บอักเสบ หรือเสียรูปทรงถาวรได้
- ตัดแต่งเล็บอย่างระมัดระวัง: ใช้กรรไกรตัดเล็บเล็มส่วนที่เผยอขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้เล็บไปเกี่ยวเสื้อผ้าจนฉีกขาด
- รักษาความสะอาด: ล้างมือและเท้าให้สะอาด ซับให้แห้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อนบริเวณซอกเล็บที่เผยอ
- ทาครีมบำรุง: สามารถทามอยส์เจอไรเซอร์ หรือวาสลีนบริเวณรอบๆ จมูกเล็บ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
ดูแลปัญหาโรคผิวหนังและเล็บอย่างมั่นใจ ที่ ลัลลลิตาคลินิก แม้ภาวะ Onychomadesis ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากเล็บมีความผิดปกติ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงค่ะ
ทุกการรับบริการที่ลัลลลิตาคลินิก จะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอจะทำการตรวจประเมินลักษณะความผิดปกติของเล็บ ซักประวัติอย่างละเอียด เพื่อวินิจฉัยแยกโรคจากการติดเชื้อราที่เล็บ เล็บสะเก็ดเงิน และให้คำแนะนำในการดูแลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย เพื่อให้เล็บใหม่ของคุณและลูกน้อยงอกกลับมาสวยงามสุขภาพดีค่ะ
- ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวพรรณและเล็บเท่านั้น
- ผลจากการเข้ารับการตรวจรักษา เป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และระยะเวลาการงอกใหม่ของเล็บอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
- หากมีอาการปวด บวม แดงบริเวณเล็บ ควรปรึกษาแพทย์ประจำสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมินการติดเชื้อแทรกซ้อน
ปรึกษาปัญหาโรคผิวหนัง เล็บผิดปกติ หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)
Tel: 086-353-4562
Line OA: @lullalitaclinic
Website: www.lullalitaskin.com
เอกสารอ้างอิง (References)
- Hardin J, Haber RM. Onychomadesis: literature review. Br J Dermatol. 2015;172(3):592-596. doi: 10.1111/bjd.13339.
- Gao H, et al. Onychomadesis following hand, foot, and mouth disease: A systematic review and meta-analysis. Front Med (Lausanne). 2023;10:1124619. doi: 10.3389/fmed.2023.1124619.
- Haneke E. Onychomadesis and Hand, Foot and Mouth Disease – Is there a connection? Euro Surveill. 2010;15(37):19664.
- Apalla Z, et al. Nail Disorders in Children: A Review. Am J Clin Dermatol. 2021;22(3):361-382. doi: 10.1007/s40257-021-00595-6.


