โรคกลากเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ลำตัว หนังศีรษะ หรือซอกพับต่างๆ อาการเด่นชัดคือ มักมีผื่นแดงลักษณะเป็นวงขอบค่อนข้างชัดเจน มีสะเก็ดลอก และมีอาการคันรบกวนใจ
หลายท่านเมื่อเริ่มมีอาการ มักเกิดความสับสนในการดูแลตนเอง หรือบางครั้งเผลอทำพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เชื้อราลุกลามโดยไม่รู้ตัว
ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) ได้รวบรวมข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์มาสรุปเป็นเช็กลิสต์ “สิ่งที่ควรทำ (Dos)” และ “สิ่งที่ควรเลี่ยง (Don’ts)” เพื่อให้คุณดูแลผิวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ
✅ สิ่งที่ควรทำเมื่อเป็นโรคกลาก (Dos)
-
รักษาความสะอาดและความแห้งสบายของผิว: เชื้อรากลุ่มนี้จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ดังนั้น หลังอาบน้ำหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออก ควรซับผิวให้แห้งสนิทด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดทันทีค่ะ
-
แยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย: งานวิจัยระบุว่าเชื้อราสามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน จึงควรแยกผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า กรรไกรตัดเล็บ และหวี ไม่ใช้ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวค่ะ
-
ซักเสื้อผ้าด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม: แนะนำให้ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัวด้วยน้ำร้อน (อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส) และตากแดดให้แห้งสนิท เพื่อช่วยลดปริมาณสปอร์ของเชื้อราที่อาจตกค้างอยู่บนเส้นใยผ้าค่ะ
-
ทายาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง: การใช้ยาทาฆ่าเชื้อราควรทาเลยขอบผื่นออกไป 2-3 เซนติเมตร และหัวใจสำคัญคือ “ต้องทาอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด” แม้ว่าผื่นภายนอกจะดูเนียนหายดีแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำจากเชื้อที่ยังหลงเหลืออยู่ใต้ชั้นผิวค่ะ
❌ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Don’ts)
-
งดการเกาหรือแกะผื่นเด็ดขาด: การเกาอย่างรุนแรงจะทำให้ผิวหนังเกิดแผลถลอก ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนัง เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้ค่ะ
-
หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่หนาหรือรัดแน่น: เลี่ยงเสื้อผ้าเนื้อผ้าหนา แฟชั่นผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ระบายอากาศ เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อและความอับชื้นได้ง่ายขึ้น
-
ห้ามซื้อยาทาสูตรผสมสเตียรอยด์มาทาเอง: ข้อนี้สำคัญมากค่ะ หลายท่านมักไปซื้อยาทาแก้คันที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์มาทาเอง เนื่องจากทำให้หายคันได้อย่างรวดเร็วในตอนแรก แต่สเตียรอยด์จะไปกดภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ส่งผลให้เชื้อราเจริญเติบโตลุกลามมากขึ้น ผื่นขยายวงกว้าง และเปลี่ยนลักษณะไปจนรักษายากขึ้น
-
ไม่ควรหยุดยาเองก่อนกำหนด: การหยุดทายาทันทีที่หายคัน มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โรคกลากกลับมากำเริบซ้ำซ้อนเรื้อรังค่ะ
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากมีคนใกล้ชิดที่เป็นกลาก ควรมารับการรักษาไปพร้อมๆกัน เนื่องจากหากยังมีคนที่เป็นกลากอยู่ด้วย จะกลับมาเป็นซ้ำง่ายมากเนื่องจากติดต่อทางการสัมผัส
ดูแลปัญหาสุขภาพผิวอย่างปลอดภัย ที่ ลัลลลิตาคลินิก
ผื่นผิวหนังที่มีลักษณะเป็นวงแดงและคัน อาจไม่ได้เกิดจากโรคกลากเสมอไป แต่อาจเป็นผื่นผิวหนังอักเสบชนิดอื่นที่ต้องการการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ ทุกการรับบริการที่ลัลลลิตาคลินิก จะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อตรวจประเมิน ตรวจวินิจฉัยรอยโรค ส่งตรวจเชื้อรา เพาะเชื้อรา และวางแผนการใช้ยาที่ปลอดภัยและตรงจุดที่สุดให้กับคุณค่ะ
-
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผิวพรรณเท่านั้น
-
ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
-
หากมีอาการผื่นคันเรื้อรัง ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องที่สถานพยาบาล
💬 ปรึกษาปัญหาผื่นผิวหนัง เชื้อรา หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง ได้ที่:
🏥 ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)
📞 Tel: 086-353-4562
📱 Line OA: @lullalitaclinic


