ลัลลลิตาคลินิก ผิวหนัง ความงาม โรคเด็กและวัคซีน

สารอะไรบ้างในสกินแคร์และเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดสิว? เช็คตารางสารอุดตันก่อนเลือกใช้ | ลัลลลิตาคลินิก

สารอะไรบ้างในสกินแคร์และเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดสิว?

หลายคนที่ประสบปัญหาสิวเรื้อรัง รักษาเท่าไหร่ก็ยังกลับมาเป็นซ้ำ อาจมองข้ามปัจจัยใกล้ตัวอย่าง “ส่วนผสมในสกินแคร์และเครื่องสำอาง” ที่ใช้อยู่เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ในทางการแพทย์ผิวหนัง สารประกอบบางชนิดมีคุณสมบัติที่เรียกว่า “Comedogenic” หรือสารที่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของสิวอุดตันและสิวอักเสบ

ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic) มาไขข้อสงสัย และจัดทำตารางแบ่งระดับความเสี่ยงของสารก่อสิว เพื่อให้คุณสามารถพลิกดูฉลากและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างปลอดภัยต่อผิวมากขึ้นค่ะ

คำถามพบบ่อย: สารอะไรในเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดสิวอุดตันมากที่สุด?

คำตอบ: อ้างอิงจากงานวิจัยด้านผิวหนัง สารที่มีโอกาสก่อให้เกิดสิวอุดตันสูงมักอยู่ในกลุ่มน้ำมันและแว็กซ์บางชนิด เช่น Isopropyl Myristate (มักพบในรองพื้นและครีมเนื้อหนัก), Isopropyl Palmitate, Coconut Oil (น้ำมันมะพร้าว) และ Cocoa Butter สารเหล่านี้มีโมเลกุลขนาดใหญ่หรือมีคุณสมบัติเคลือบผิวที่อาจขัดขวางการระบายไขมันตามธรรมชาติของรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายในผู้ที่มีผิวมันหรือผิวแพ้ง่ายค่ะ

ตารางสารประกอบที่มีโอกาสก่อให้เกิดสิว (Comedogenic Scale)

ทางการแพทย์ได้มีการจัดระดับสารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Comedogenic Scale) โดยแบ่งระดับตั้งแต่โอกาสอุดตันต่ำไปจนถึงโอกาสอุดตันสูง เพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ดังนี้ค่ะ:

ระดับความเสี่ยงต่อการอุดตัน ตัวอย่างสารประกอบที่ควรสังเกตบนฉลาก (Ingredients)

Highly Comedogenic

 

(โอกาสอุดตันสูงมาก ควรหลีกเลี่ยงในคนเป็นสิว)

Isopropyl Myristate, Isopropyl Palmitate, Coconut Oil (น้ำมันมะพร้าว), Cocoa Butter, Wheat Germ Oil, Myristyl Myristate, Laureth-4

Moderate Comedogenic

 

(โอกาสอุดตันปานกลาง อาจก่อให้เกิดสิวในบางสภาพผิว)

Stearic Acid, Cetearyl Alcohol, Olive Oil, Avocado Oil, Soybean Oil, Oleic Acid

Mildly Comedogenic

 

(โอกาสอุดตันต่ำ ปลอดภัยต่อผิวเป็นสิวส่วนใหญ่)

Squalane, Safflower Oil, Argan Oil, Shea Butter, Glycerin, Mineral Oil

วิธีเลือกสกินแคร์และเครื่องสำอางสำหรับผู้ที่เป็นสิวง่าย

  1. มองหาคำว่า Non-comedogenic: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนบนฉลากว่า Non-comedogenic (ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน) หรือ Oil-free (ปราศจากน้ำมัน)

  2. เลี่ยงสารกลุ่ม Highly Comedogenic: โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อครีมหนักๆ หรือรองพื้นปกปิดสูงที่มักมีส่วนผสมของ Isopropyl Myristate

  3. เน้นทำความสะอาดอย่างล้ำลึก: ควรใช้ Makeup Remover ทำความสะอาดผิวก่อนล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์เสมอ

ประเมินสภาพผิวและรักษาสิวอย่างตรงจุด ที่ ลัลลลิตาคลินิก การเป็นสิวซ้ำซากอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากเครื่องสำอาง ฮอร์โมน หรือพันธุกรรม ทุกการรับบริการจะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดย พญ.นิอร บุญเผื่อน (ว.33606) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอจะทำการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด ช่วยคัดกรองผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้อยู่ และวางแผนการรักษาสิวด้วยวิธีทางการแพทย์ที่ปลอดภัย เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงในระยะยาวค่ะ

  • ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณเท่านั้น

  • ระดับการอุดตันของสารประกอบอาจส่งผลแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความเข้มข้นของสารในสูตรผลิตภัณฑ์

  • ผลจากการดูแลรักษาผิวหน้าเป็นผลที่เกิดขึ้นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย ควรรับการประเมินสภาพผิวจากแพทย์ประจำสถานพยาบาลก่อนรับบริการ

ปรึกษาปัญหาสิวเรื้อรัง ตรวจเช็กสภาพผิว หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง

ได้ที่: ลัลลลิตาคลินิก (Lullalita Clinic)

Tel: 086-353-4562

Line OA: @lullalitaclinic

Website: www.lullalitaskin.com

อกสารอ้างอิง (References)

  1. Conforti C, et al. Impact of makeup and cosmetics on acne vulgaris: a systematic review and meta-analysis of clinical evidence. Dermatol Ther. 2022;35(5):e15344.

  2. Araviiskaia E, Dréno B. The role of topical dermocosmetics in acne vulgaris. J Eur Acad Dermatol Venereol. 2016;30(6):926-935.

  3. Draelos ZD, DiNardo JC. A re-evaluation of the comedogenicity concept. J Am Acad Dermatol. 2006;54(3):507-512.

  4. Dall’Oglio F, Micali G, et al. Cosmetics and acne: a review of clinical evidence and guidelines. J Clin Aesthet Dermatol. 2021;14(12):18-24.

เเชร์โพสต์นี้
Facebook
Twitter
LinkedIn